เราควรจัดการกับวัสดุ และทรัพยากรที่เหลือก จากการผลิตและการบริโภค ของเราอย่างไร โดยที่ไม่เบียดเบียน และละเมิดสิทธิ อันชอบธรรมของคนรุ่นต่อไป...
สิ่งที่ประชาชนต้องรู้
การศึกษาในปี 2544 โดยความร่วมมือระหว่างโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) องค์กรความร่วมมือทางเทคนิคแห่งเยอรมมี (GTZ) และกรมควบคุมมลพิษ ชี้ให้เห็น
ว่าโรงงานเผาขยะเป็นแหล่งกำเนินไดออกซินที่สำคัญ
การเปรียบเทียบผลการศึกษาโดยคำนวณการปล่อยไดออกซินสู่อากาศต่อปี พบว่า โรงงานเผาขยะขนาด 250 ตันต่อวัน (ที่เกาะภูเก็ต) มีค่าการปล่อยไดออกซิน 550 มิลลิกรัมของสมมูล
ความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a) และโรงเผาขยะติดเชื้อ 2 หน่วย มีค่าการปล่อยไดออกซิน 716 และ 720 มิลลิกรัมของสมมูลความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a)
มนุษย์ได้รับไดออกซินหลายทางด้วยกัน แหล่งสำคัญคือการกินอาหารที่มีสารพิษนี้ปนเปื้อนอยู่ (ไดออกซินปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดและตกค้างสะสมทวีคูณตามลำดับชั้นการกินในห่วงโซ่
อาหาร มนุษย์อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารจะได้ปริมาณของสารพิษนี้มากที่สุด) หรือ การหายใจหรือสูดอากาศที่มีเศษเถ้าและฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีไดออกซินปนเปื้อนอยู่ มีการ
ศึกษาวิจัยในยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นพบว่า อัตราการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่รอบโรงงานเผาขยะ
โรงงานเผาขยะไม่ใช่คำตอบในการเผชิญกับวิกฤตการณ์ของเสีย ซ้ำร้าย ยังก่อให้เกิดมลพิษที่ยากแก่การติดตามตรวจสอบและมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์
Permanent Link: Poakpong's Blog [www.poakpong.com/11]
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.
เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน