ฉลอง ปกซีดีเพลงไทย มากกว่า 2,000 ปก ที่เว็บไซต์ CoverShare.com

ขอเขียนบล็อกเป็นหลักไมล์ไว้หน่อย :)
Celebration - November 2008, Over 2,000+ Thai Album Artwork in CoverShare
www.CoverShare.com
Guess of (Thai) Democracy Ratio ?
My guess only. Can't proof.

เป็นการคาดของผมเท่านั้น ไม่สามารถพิสูจน์ได้
Poakpong's Blog | Add New Comments
ฉลอง CoverShare ทะลุ 1,000+ ปก
ขอบคุณเพื่อนๆ สมาชิกเว็บไซต์ CoverShare.com ที่ช่วยกันโพสต์ ปกซีดีเพลงไทย จนตอนนี้มีปกซีดีในเว็บมากกว่า 1,000 ปก ไปแล้ว ภายในเวลา 2 เดือน (พฤษภาคม-มิถุนายน 2551)
ขอบคุณจากใจครับ
www.CoverShare.com, Celebrate album artwork more over 1,000 covers in 2 month (May-June 2008) .. Thank you user posted to our website.
Thank you very much.
Poakpong's Blog | Add New Comments
เมื่อคุณคิดว่าจะซื้อ หรือเพิ่งทำการซื้อเครื่องคอมพิวเตอร์แมคอินทอช (Macintosh) หรือผลิตภัณฑ์ไอพอด (iPod) มาใหม่ๆ สิ่งแรกที่ต้องทำ/หรือตรวจสอบ คือการลงทะเบียน (register) ผลิตภัณฑ์ที่เราซื้อ กับเว็บไซต์ของ Apple เพื่อยืนยันการเป็นเจ้าของ และแสดงสถานะการรับประกัน (ผลิตภัณฑ์อื่นๆ ก็อาจจะต้องมีการ register ผ่านเว็บไซต์เช่นกัน แต่ในครั้งนี้ขอเอ่ยถึงผลิตภัณฑ์ของ Apple เท่านั้น)
บางคนอาจมองว่าไม่ใช่เรื่องสำคัญมากนัก เพราะถ้าเกิดคอมฯ หรือไอพอด มีปัญหาก็ไปหาร้านที่เราทำการซื้อ เพราะมันจะมีสติกเกอร์รับประกันของร้านติดอยู่ด้วยเสมอ(โดยเฉพาะในประเทศไทย-ดูรปประกอบ) จริงๆ แล้วการลงทะเบียนผลิตภัณฑ์ในเว็บไซต์นี้มีมากกว่าการแสดงการเป็นเจ้าของ หรือแสดงสถานะการรับประกัน แต่นัยสำคัญมันมีมากกว่านั้น เป็นการบ่งบอกว่าผลิตภัณฑ์ที่ซื้อมานั้น ถูกใช้งานอยู่ในประเทศไหนอีกด้วย
สำหรับสถานะการรับประกัน ก็มีผลเกี่ยวพันกับการต่ออายุประกัน ซึ่งปกติ Apple จะมีโปรแกรมคุ้มครองการใช้งานที่ชื่อ AppleCare Protection Plan โดยเป็นการเพิ่มระยะประกันไปอีก 2 ปี รวมกับประกันที่มีมากับเครื่องก็รวมเป็น 3 ปี นับจากวันที่ซื้อเครื่อง - การต่อประกันต้องดำเนินการก่อนหมดอายุในปีแรกประมาณ 1 เดือน
ในจุดนี้หากเราไม่เคยลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทางเว็บไซต์ของ Apple อาจจะก่อให้เกิดความยุ่งยากเล็กน้อยในการต่ออายุประกัน กล่าวคือไม่สามารถซื้อ AppleCare จากร้านอื่นได้ ต้องไปซื้อจากร้านที่เราซื้อเครื่องเท่านั้น (เพื่อยืนยันว่าเครื่องที่เราซื้อนี้ยังไม่เกินกำหนดของการเพิ่มระยะประกัน) - ที่เป็นเช่นนั้น เพราะถ้าซื้อกับร้านอื่น เค้าต้องทำการเช็คกับทางเว็บไซต์ Apple ก่อน ว่าเครื่องเรายังสามารถต่อประกันได้หรือไม่ ซึ่งถ้าไม่เคยลงทะเบียน ก็จะไม่สามารถขายประกันให้เราได้นั่นเอง (ซึ่งบางครั้งอาจมีเงื่อนไขของโปรโมชั่นราคาและของแถมตามมา)
ปกติการลงทะเบียนจะเป็นหน้าที่ของผู้ซื้อสินค้า เมื่อซื้อมาแล้วก็ให้รีบดำเนินการลงทะเบียน เพื่อแสดงการเป็นเจ้าของ/แสดงสถานะการประกัน/และข้อมูลอื่นๆที่ผู้ผลิตผลิตภัณฑ์นั้นๆ ต้องการรู้พอสังเขป - ในส่วนนี้อาจหมายรวมถึง ปริมาณการใช้งานในภาคพื้นต่างๆ ทั่วโลก เช่น ถ้าสมมติมีคนไทย(Thai) ลงทะเบียนการใช้งาน iPod กันเยอะๆ ก็อาจจะมีผลทำให้ฟังก์ชั่นการทำงานสนับสนุนภาษาไทย(Thai Language) เพิ่มขึ้นมา (อันนี้เป็นแค่ตัวอย่างนะ) :p
ก่อนอื่น เราจะต้องเช็คก่อนว่าเครื่องฯของเรานั้นได้ทำการ register ไปเรียบร้อยแล้วหรือยัง (อาจหมายถึงทางร้านได้บริการให้เราเรียบร้อยแล้ว) โดยเข้าไปที่หน้า Apple - Supoort เลื่อนลงมาด้านล่างขวามือ ในหัวข้อ About Your Support Coverage ให้เราใส่ serial number ของเครื่องที่เราซื้อมาให้ระบบตรวจสอบ หากยังไม่มีการลงทะเบียนระบบจะถามว่าต้องการลงทะเบียนหรือไม่ แต่ถ้ามีแล้วก็จะบอกระยะเวลาการประกันของเครื่องเรา
กลับมาถึงวิธีการลงทะเบียนด้วยตนเองไม่ยุ่งยาก เริ่มต้น เพียงแค่เข้าไปที่หน้า Welcome to Apple Product Registration หากยังไม่เคยใช้ลงชื่อเข้าใช้ (sign up) เอาไว้ ก็ให้เลือก To get start, ... create one.
ทำการเลือกประเทศ และภาษาในการใช้งาน จากนั้นคลิก Create Account
ต่อจากนั้นก็เข้าไปกรอกข้อมูลส่วนตัวในหน้า Create My Apple ID ใส่ข้อมูลให้ครบตามช่องที่ระบุ (ดอกจันสีแดง *) แล้วทาง Apple ก็จะมีการส่งอีเมลเพื่อทำการยืนยัน
หลังจากได้ Apple ID เรียบร้อย ก็กลับไปที่หน้า Welcome to Apple Product Registration อีกครั้ง เพื่อทำการ Login เข้าใช้งาน
เมื่อ Login เรียบร้อยก็ทำตามขั้นตอนที่ระบบถาม
- ระบุจำนวนผลิตภัณฑ์ที่ต้องการลงทะเบียน
- เลือกผลิตภัณฑ์
- ระบุ Serial Number และการใช้งาน
- หลังจากนั้น Apple ก็จะส่งอีเมลกลับมาแจ้งสถานะการลงทะเบียน


หลังจากลงทะเบียนผลิตภัณฑ์กับทางเว็บไซต์ Apple แล้วเราสามารถตรวจสอบสถานะการประกันเครื่องได้ที่หน้า Apple - Supoort เช่นเดิม หากระบบพบว่ามีการลงทะเบียนเอาไว้ ก็จะบอกว่าระยะเวลาประกันของเครื่องเรานั้นเหลืออีก(ประมาณ)กี่วัน (ภาพตัวอย่างจากการเช็คระยะเวลาประกัน AppleCare ของ PowerBook ของผมเอง ;) )
Poakpong's Blog | Add New Comments
เราควรจัดการกับวัสดุ และทรัพยากรที่เหลือก จากการผลิตและการบริโภค ของเราอย่างไร โดยที่ไม่เบียดเบียน และละเมิดสิทธิ อันชอบธรรมของคนรุ่นต่อไป...
สิ่งที่ประชาชนต้องรู้
การศึกษาในปี 2544 โดยความร่วมมือระหว่างโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) องค์กรความร่วมมือทางเทคนิคแห่งเยอรมมี (GTZ) และกรมควบคุมมลพิษ ชี้ให้เห็น
ว่าโรงงานเผาขยะเป็นแหล่งกำเนินไดออกซินที่สำคัญ
การเปรียบเทียบผลการศึกษาโดยคำนวณการปล่อยไดออกซินสู่อากาศต่อปี พบว่า โรงงานเผาขยะขนาด 250 ตันต่อวัน (ที่เกาะภูเก็ต) มีค่าการปล่อยไดออกซิน 550 มิลลิกรัมของสมมูล
ความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a) และโรงเผาขยะติดเชื้อ 2 หน่วย มีค่าการปล่อยไดออกซิน 716 และ 720 มิลลิกรัมของสมมูลความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a)
มนุษย์ได้รับไดออกซินหลายทางด้วยกัน แหล่งสำคัญคือการกินอาหารที่มีสารพิษนี้ปนเปื้อนอยู่ (ไดออกซินปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดและตกค้างสะสมทวีคูณตามลำดับชั้นการกินในห่วงโซ่
อาหาร มนุษย์อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารจะได้ปริมาณของสารพิษนี้มากที่สุด) หรือ การหายใจหรือสูดอากาศที่มีเศษเถ้าและฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีไดออกซินปนเปื้อนอยู่ มีการ
ศึกษาวิจัยในยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นพบว่า อัตราการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่รอบโรงงานเผาขยะ
โรงงานเผาขยะไม่ใช่คำตอบในการเผชิญกับวิกฤตการณ์ของเสีย ซ้ำร้าย ยังก่อให้เกิดมลพิษที่ยากแก่การติดตามตรวจสอบและมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.
เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน