เมื่อคืนก่อนเห็น @iannnnn ทวีทวิธีแกล้งคนที่ใช้ IE 6 อ่านดูแล้วดูออกแนวโหดร้าย ฮา.. เลยนึงถึงแคมเปญน์ Save The Developer (เว็บไซต์หลัก savethedevelopers.org คลิกเข้าไปมันเปลี่ยนทางไปที่ดาวน์โหลด IE 7) เลยค้นหาแบนเนอร์มาติดสักหน่อยดีกว่า
เลยได้ออกมาอย่างที่(คนที่ใช้ IE 6 เท่านั้น ถึงจะ)เห็นกัน เอาแบนเนอร์เค้ามาดัดแปลงใส่คำภาษาไทยเข้าไป น่าจะเข้าใจง่ายขึ้น พอคลิกเข้าไปในแบนเนอร์ก็มีคำอธิบายแบบยาว

มาช่วยกันเลิกใช้ IE 6 นะครับ เพื่อช่วยให้นักพัฒนาเว็บทำงานได้สะดวกขึ้น ;)

ในฐานะที่เป็นผู้ใช้งานอินเตอร์เนตเพื่อการทำงาน และติดตามข่าวสารข้อมูลจากเว็บไซต์ต่างๆ ผมขอเรียกร้องให้ทุกฝ่าย หยุดสร้างความเกลียดชัง และยอมรับความเห็นที่แตกต่าง ผ่านอินเตอร์เนต ไม่ว่าคุณจะเป็นอยู่ข้างไหน นิยมฝ่ายไหน หรือ มีความเชื่อทางการเมืองอย่างไร
- โปรดหยุดกล่าวถึงบุคคลที่ 3 ด้วยชื่อเล่น แม้ว่าบุคคลเหล่านั้นจะเป็นบุคคลสาธารณะ ขอให้ระบุเป็นชื่อจริง
- โปรดหยุดกล่าวคำดูถูกเหยียดหยาม ทางเพศ ศาสนา และเชื้อชาติ
- โปรดหยุดกล่าวคำหยาบคาย หรือกล่าวถึงบรรพบุรษของบุคคลที่เราไม่เห็นด้วยทางความคิด
- โปรดหยุดการคุมคามความเป็นส่วนตัว ด้วยการเปิดเผยที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ของบุคคลอื่น
- โปรดหยุดทำภาพตัดต่อบุคคลที่ 3 เพื่อนำไปสู่ความเกลียดชัง (ซึ่งในกรณีนี้อาจเข้าข่ายตาม พ.ร.บ.ความผิดทางคอมพิวเตอร์ฯ)
ความเห็นที่แตกต่าง สามารถอยู่ร่วมกันและแลกเปลี่ยนกันได้ ถ้าถกเถียงกันด้วยสติ การให้เกียรติ ข้อมูลข่าวสาร และไม่ใช้อารมณ์ รวมทั้งไม่สร้างความเกลียดชังผ่านบริบทของการสนทนา
ผมคิดว่าในที่สุดแล้ว ทุกคนจะเข้าใจในความคิดเห็นของผู้อื่น โดยไม่เกลียดกันได้
ประกาศ
ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ หยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน
ด้วยปรากฏเป็นที่แน่ชัดว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติที่มาจากการแต่งตั้งของทหาร ที่ยึดอำนาจการปกครองมาจากรัฐบาลที่มาจากการเลือกตั้งของประชาชน ได้กระทำการออกกฎหมายเพื่อเพิ่มอำนาจให้ระบบราชการและเพื่อประโยชน์ให้นายทุน แต่กลับทำลายสิทธิเสรีภาพของประชาชนและชุมชน และกำลังจะนำพาสังคมไทยถอยหลังไปสู่ระบบอำมาตยาธิปไตยแทนที่การสร้างสรรค์ระบอบประชาธิปไตย เช่น การผลักดันร่างกฎหมายการรักษาความมั่นคงในราชอาณาจักร เพื่อให้ทหารมีอำนาจครอบงำรัฐและสังคม ร่างกฎหมายป่าชุมชนและร่างกฎหมายทรัพยากรน้ำ เพื่อเพิกถอนสิทธิชุมชน ร่างกฎหมายประกอบกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ เพื่อให้หน่วยราชการผูกขาดเป็นเจ้าของคลื่นวิทยุและโทรทัศน์ ร่างกฎหมายว่าด้วยเงื่อนไขและหลักเกณฑ์การแปลงสภาพรัฐวิสากิจ เพื่อแปรรูปรัฐวิสาหกิจประเภทสาธารณูปโภค และสาธารณูปการที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตให้แก่กลุ่มทุนทั้งภายในและภายนอกประเทศ ร่างกฎหมายมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ 6 มหาวิทยาลัย เพื่อแปรรูปมหาวิทยาลัยออกนอกระบบ เป็นการบริหารโดยอาศัยกลไกตลาดที่ปิดกั้นผู้ยากไร้ให้ไม่สามารถเข้าถึงการศึกษา และร่างกฎหมายประกอบกิจการขนส่ง เพื่อโอนกิจการขนส่งให้นายทุน
พวกเรา มีความเห็นว่าการออกกฎหมายหลายฉบับดังกล่าว ย่อมมีผลกระทบต่อสิทธิเสรีภาพของประชาชนและระบอบประชาธิปไตยอย่างลึกซึ้ง โดยที่สภานิติบัญญัติชุดนี้ไม่ต้องรับผิดชอบต่อประชาชนสำหรับผลที่บังเกิดขึ้นแต่ประการใด ภายหลังจากพ้นตำแหน่ง
พวกเราเชื่อว่า หากสภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้ยังคงทำหน้าที่ออกกฎหมายต่อไปก็จะเป็นการทำร้ายสังคมไทยจนยากต่อการแก้ไขเยียวยา ประกอบกับเวลาที่เหลืออยู่เพียง 13 วัน นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไปก็จะมีการเลือกตั้ง เพื่อคืนอำนาจให้แก่ประชาชน สภานิติบัญญัติแห่งชาติชุดนี้จึงไม่ควรทำหน้าที่อีกต่อไป
พวกเราในฐานะพลเมืองของประเทศไทย จึงขอใช้สิทธิประกาศ “ปิดสภานิติบัญญัติรักษาการ เพื่อหยุดการละเมิดสิทธิเสรีภาพประชาชน”
ประกาศ วันที่ 12 ธันวาคม 2550
ณ บริเวณหน้ารัฐสภา
จอน อึ๊งภากรณ์ ประธานคณะกรรมการประสานงานองค์กรพัฒนาเอกชน (กป.อพช.)
พร้อมด้วย สมาพันธ์แรงงานรัฐวิสาหกิจสัมพันธ์ (สรส.) สภาเครือข่ายองค์กรประชาชนแห่งประเทศไทย (สค.ปท.) เครือข่ายสลัม 4 ภาค สมาพันธ์สมาคมครูแห่งประเทศไทย และเครือข่ายองค์กรวิชาชีพครู สหพันธ์นิสิตนักศึกษาแห่งประเทศไทย (สนนท.) และเครือข่ายพันธมิตรองค์กรประชาชน รวมทั้งนักศึกษาและประชาชนทั่วไปประมาณกว่า 1,000 คน
** นายจอน กล่าวว่า สภานิติบัญญัติแห่งชาติ ควรจะเปลี่ยนชื่อจาก สนช. เป็น สนด. คือ สภาหน้าด้าน **
ประมวลภาพปิดสนช.: STOP NLA. - STOP DANGEROUS BILL
ข่าวประกอบ: ประมวลเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ปิด "สภาหน้าด้าน"
Poakpong's Blog | Add New Comments

Poakpong's Blog | Add New Comments | Read more: อ่านทั้งหมด »
เราควรจัดการกับวัสดุ และทรัพยากรที่เหลือก จากการผลิตและการบริโภค ของเราอย่างไร โดยที่ไม่เบียดเบียน และละเมิดสิทธิ อันชอบธรรมของคนรุ่นต่อไป...
สิ่งที่ประชาชนต้องรู้
การศึกษาในปี 2544 โดยความร่วมมือระหว่างโครงการสิ่งแวดล้อมแห่งสหประชาชาติ (UNEP) องค์กรความร่วมมือทางเทคนิคแห่งเยอรมมี (GTZ) และกรมควบคุมมลพิษ ชี้ให้เห็น
ว่าโรงงานเผาขยะเป็นแหล่งกำเนินไดออกซินที่สำคัญ
การเปรียบเทียบผลการศึกษาโดยคำนวณการปล่อยไดออกซินสู่อากาศต่อปี พบว่า โรงงานเผาขยะขนาด 250 ตันต่อวัน (ที่เกาะภูเก็ต) มีค่าการปล่อยไดออกซิน 550 มิลลิกรัมของสมมูล
ความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a) และโรงเผาขยะติดเชื้อ 2 หน่วย มีค่าการปล่อยไดออกซิน 716 และ 720 มิลลิกรัมของสมมูลความเป็นพิษสากล (mg I-TEQ/a)
มนุษย์ได้รับไดออกซินหลายทางด้วยกัน แหล่งสำคัญคือการกินอาหารที่มีสารพิษนี้ปนเปื้อนอยู่ (ไดออกซินปล่อยออกจากแหล่งกำเนิดและตกค้างสะสมทวีคูณตามลำดับชั้นการกินในห่วงโซ่
อาหาร มนุษย์อยู่ชั้นบนสุดของห่วงโซ่อาหารจะได้ปริมาณของสารพิษนี้มากที่สุด) หรือ การหายใจหรือสูดอากาศที่มีเศษเถ้าและฝุ่นละอองขนาดเล็กมากที่มีไดออกซินปนเปื้อนอยู่ มีการ
ศึกษาวิจัยในยุโรป สหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นพบว่า อัตราการเกิดมะเร็งชนิดต่างๆ เพิ่มสูงขึ้นในกลุ่มประชากรที่อาศัยอยู่รอบโรงงานเผาขยะ
โรงงานเผาขยะไม่ใช่คำตอบในการเผชิญกับวิกฤตการณ์ของเสีย ซ้ำร้าย ยังก่อให้เกิดมลพิษที่ยากแก่การติดตามตรวจสอบและมีผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพอนามัยของมนุษย์
POAKPONG.com,
Update to 2008.
This work is licensed under a Creative Commons Attribution 3.0 License.
เนื้อหา ข้อความ ความเชื่อ ในเว็บไซต์นี้ เป็นความคิดเห็นของผู้เขียน ผู้อ่านโปรดใช้วิจารณญาณในการอ่าน และคิดหาเหตุผลเพิ่มเติมด้วยตัวเอง รวมทั้งรูปภาพ ภาษา ซึ่งอาจไม่ถูกต้องตามหลักภาษา ผู้อ่านต้องใช้วิจารณญาณเช่นกัน