เรื่องบนเตียง

อะไรเอ่ย อยู่บนเตียง คนเป็นคำตอบที่ถูกต้อง แต่สิ่งที่อยู่ใต้คนอีกทีหนึ่ง (ที่ไม่ใช่คนอีกคนหนึ่ง ฮิๆ) นั่นก็คือที่นอน ซึ่งอาจเป็นสิ่งที่เรามองข้าม ทั้งที่จริงๆ แล้ว ที่นอนมีส่วนช่วยให้วันของคุณสดใจหรือแสนเศร้า ดังนั้นเราลองหันมาให้ความสำคัญกับที่นอนกันดีไหม เลือกที่นอนให้เหมือนคู่นอน เขาต้องทั้งอ่อนโยนและเข้มแข็งในตัว อยู่ด้วยแล้วรู้สึกสบาย ไม่ทำให้คุณปวดเมื่อย และต้องมีที่ว่างให้คุณผ่อนคลายบ้าง ที่พูดมาไม่ใช่คุณสมบัติของคู่นอน แต่คือคุณสมบัติของที่นอนของคุณต่างหาก 1. สบาย : ในวันที่เลือกซื้อที่นอนควรใส่ชุดที่คิดว่าสบายที่สุด อย่าเขินที่จะขึ้นไปลองนอน ลองพลิกขวาพลิกซ้าย และใช้เวลาสักพักเพื่อให้แน่ใจว่านอนสบายจริงๆ 2. รองรับจุดสำคัญ : ที่นอนที่ดีต้องรองรับจุดสำคัญของร่างกาย 3 จุด คือไหล่ สะโพก และแผ่นหลังช่วงล่าง ที่สำคัญ จะทำให้กระดูกสันหลังตั้งตรงเหมือนคุณอยู่ในท่ายืนที่ถูกต้องขณะหลับ 3. แข็งแรง : จงมองว่าการเลือกซื้อที่นอนคือการลงทุนชนิดหนึ่ง เลือกซื้อที่แพงหน่อยเพื่ออายุการใช้งานที่ยืนยาว ส่วนใหญ่ที่นอนจะรับประกันการใช้งาน 10 ปี อย่าซื้อที่นอนเป็นฉากเล่นมิวสิววีดีโอประเภทกระโดดโลดเต้น เอาหมอนฟาดกันไปมา เพราะนั่นคือการทำร้ายที่นอนอย่างสาหัส 4. ที่ว่าง * Full Bed : มีความกว้างประมาณ 53 นิ้ว ยาวประมาณ 75 นิ้ว มีพื้นที่ว่างประมาณ 27 นิ้วต่อคน * Queen : กว้างประมาณ 60 นิ้ว ยาวประมาณ 80 นิ้ว มีพื้นที่ว่างประมาณ 30 นิ้วต่อคน ถือเป็นขนาดยอดนิยมสำหรับคู่แต่งงานใหม่ * King : กว้าง 76 นิ้ว ยาว 80 นิ้ว มีพื้นที่ว่างประมาณ 38 นิ้วต่อคน เหมาะสำหรับคู่แต่งงานที่มีลูก ลูกอาจถือโอกาสมานอนด้วย 5. หมอน : ลองสังเกตว่าตอนที่หลับเรานอนที่ไหน ถ้านอนหงายควรเลือกหมอนให้มีความนุ่มปานกลาง นอนตะแคงให้เลือกที่แข็งหน่อย ส่วนคนนอนคว่ำเลือกหมอนที่นุ่มๆ จะช่วยพยุงช่วงคอให้ถูกสุขลักษณะ ทำให้เราหลับสบาย

ข้อมูลล่าสุด เรื่องไดออกซินจากโรงงานเผาขยะ ในประเทศไทย

เราควรจัดการกับวัสดุ และทรัพยากรที่เหลือก จากการผลิตและการบริโภค ของเราอย่างไร โดยที่ไม่เบียดเบียน และละเมิดสิทธิ อันชอบธรรมของคนรุ่นต่อไป...

ย้อนรอยกำเนิด msn

MSN หรือ Microsoft Network เริ่มแรกนั้น microsoft ทุ่มลงทุนปั้นมาแข่งกับ America Online (AOL) เจ้าตลาดบริการออนไลน์ขณะนั้น คำว่าบริการออนไลน์ (online service) ในยุคนั้นคือการที่ผู้ใช้เปิดโปรแกรมเฉพาะ เช่นของ AOL ต่อผ่านโมเด็มและโทรศัพท์เข้าศูนย์ AOL เพื่ออ่านเนื้อหาหรือพูดคุยกับคนอื่นๆ โดยไม่เกี่ยวข้องกับอินเตอร์เน็ตที่ในยุคนั้นยังมีแค่ตัวอักษรและจำกัดแค่ในวงวิชาการอยู่ สิงหาคม ปี 1995 Microsoft ออก Windows รุ่นใหม่ที่การเปลี่ยนแปลงครั้งยิ่งใหญ่คือ Windows 95 (รุ่นก่อนนั้นคือ Windows 3.11) และ MSN ก็เป็นไอคอน (icon) หนึ่งบนหน้าจอ Windows 95 จนเมื่อ Windows 95 ออกมาไม่นาน WWW ที่เคยมีแต่ตัวอักษรก็ถูกพัฒนาด้วยการใส่สีสันเลย์เอาท์และรูปภาพ จึงกลายเป็นหัวขบวนทำให้อินเตอร์เน็ตกลายมาเป็นสื่อหลักในโลกออนไลน์ บัดนั้นเอง ไอคอน MSN ที่อยู่บนหน้าจอ Windows 95 ทั่วโลกก็แทบจะไร้ความหมาย บริหาร online service ทั้งหลายกลายเป็นของเชยทันที บริษัทที่เกิดใหม่อย่าง Netscape ที่ผลิตโปรแกรมดูเว็บ (browser) เข้าครอบครองโลกอินเตอร์เน็ต ทาง Microsoft จึงต้องกลับไปเริ่มต้นใหม่โดยซื้อโปรแกรมบราวเซอร์ชื่อ Spyglass มาปรับปรุงเป็น Internet Explorer ซื้อ Hotmail.com เปลี่ยนแปลง MSN ให้เป็น เว็บไซต์ท่าและมาสร้างแบรนด์ MSN ให้ติดปากคนทั่วโลกด้วย MSN Massenger โปรแกรมสื่อสารเอนกประสงค์ ฉะนั้นนับจาก Windows 95 OSR 2 (Windows 95 ฉบับปรับปรุงรับอินเตอร์เน็ต) ที่ออกมาในปี 1997 มาเป็น Windows 98 จนถึง Windows XP ในปัจจุบัน คำว่า MSN ก็ผูกแน่นกับอินเตอร์เน็ต และการกลับตัวครั้งใหญ่ของ Microsoft ในครั้งนั้นก็เป็นที่เล่าขานเป็นกรณีศึกษามาจนปัจจุบัน ปัจจุบันเว็บไซต์ msn.com แพร่หลายอยู่ใน 38 ประเทศ ถูกแปลเป็นภาษาท้องถิ่น 18 ภาษา โดยไทยเป็น 1 ใน 5 ประเทศภูมิภาคเอเชีย สิงคโปร์ และมาเลเซีย 2 ประเทศแรกที่เปิดตัวไปก่อนหน้านี้ ตามมาด้วยไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย ทุกประเทศจะยึดคอนเซ็ปต์ของเว็บไซต์เดียวกัน จะต่างกันที่รายละเอียดของเนื้อหา ก่อนหน้าจะเปิดตัวอย่างเป็นทางการ ไมโครซอฟท์ soft launch แนะนำเว็บไซต์แก่ผู้ใช้ชาวไทยเป็นเวลา 6 เดือน ออนไลน์เอเยนซี่ บริษัท Impaq Interactive "ออนไลน์เอเยนซี่" ของไมโครซอฟท์ รับผิดชอบเกี่ยวกับเนื้อหา msn.co.th โดยต้องทำหน้าที่ติดต่อกับเจ้าของสินค้าและผลิตภัณฑ์ รวมถึงค่ายสิ่งพิมพ์ต่างๆ เพื่อนำเนื้อหามาบรรจุในเว็บแห่งนี้ ขณะนี้อยู่ระหว่างติดต่อกับสิ่งพิมพ์ค่ายต่างๆ เพื่อนำเนื้อหามาบรรจุในหมาด news sport และ game Competitor การเข้ามาเปิดตัว msn.co.th นับว่าเป็นการท้าประลองกับ portal web ในไทยที่ครองตลาดอยู่ก่อนหน้านี้ เช่น sanook.com, kapook.com, mthai.com, hunsa.com< บทความจากนิตยสาร positioning

Bra Blah Blah (EPISODE I)

สาวเอยจะบอกให้ว่า ปทุมถัน เต้า ทรง นม อก เป็นอวัยวะที่ทำให้ผู้หญิงเป็นสุภาพสตรี เป็นแม่ เป็นซูเปอร์สตาร์ หรือเป็นแม้แต่ดาวยั่ว แต่ถ้าไม่ดูแลให้ดี ระวังจะกลายเป็น "แม่ทองประสี" แม่ขุนแผนที่ชอบเอานมยานฟาดกบานคน EPISODE I ปทุมถันของเรานั้นเป็นก้อนเนื้อที่ไร้กล้ามเนื้อ มีแต่ไขมัน ต่อมน้ำนม ต่อมเหงื่อ และเนื้อเยื่อ ฉะนั้นเลิกหวังว่าบริหารนมแล้วนมจะเล็กนมจะใหญ่ ความหวังแต่ว่า การออกกำลังกาย ท่าทางนั้น ยืน นอน และการใส่ยกทรงที่เหมาะสมเท่านั้นจะให้เราดู "สมทรง" 1. ควรเริ่มดูแลอกของเราตั้งแต่ช่วงที่หน้าอกเริ่มขยาย (ช่วงกำลังแตกเนื้อสาว อายุ 14-18 ปี สิ่งที่ยึดเหนี่ยวถันของเราไว้กับอกนั้นคือกล้ามเนื้ออก ดังนั้นการโนบราจึงเป็นการเร่งปฏิกิริยมา "หน่อยยาน" 2. ชั้นในหรือยกทรงที่ดีจะต้องช่วยพยุงอกจากด้านล่าง ไม่ใช่จากสายบ่า ทดสอบได้ด้วยการปลดสายบ่าลงหลังจากใส่เรียบร้อยแล้ว ถ้าชั้นในยังอยู่กับอกเราเหมือนเดิม ชั้นในนั้นทำหน้าที่ "ยกทรง" ได้ดีมาก 3. ชั้นในที่เหมาะสม เวลาใส่แก้ว ระดับฐานด้านหน้าและฐานด้านหลังต้องเท่ากัน สาวๆ ที่ใส่ชั้นในแล้วด้านหลังกระดกขึ้นไปหาบ่านั้น แปลว่านมหนักเกิน "ยกทรง" จะรับไหว ร่นสายบ่าเข้ามามากเกินไป หรือไม่ก็แปลว่าใส่ยกทรงผิดขนาด 4. คัพ (cup) หรือทรงรูปถ้วยของอกเรามีมาตรฐาน วัดง่ายๆ โดยให้หาส่วนต่างของขนาดรอบใต้อก (ก็ซี่โครงใต้อกเรานั่นแหละ) กับขนาดของรอบอก (หมายถึงวัดรอบอกจากหัวนมไปกลางหลังเลย) เอามาลบกัน จะได้เป็นคัพต่างๆ 10 - 12 เซนติเมตร AA, 12 - 14 ซ.ม. A, 14 - 16 ซ.ม. B, 16 - 18 ซ.ม. C, 18 - 20 ซ.ม. D และ 20 - 22 ซ.ม. DD ส่วนตัวเลขที่ตามหลังมา เช่น B75 ก็คือรอบอกเรานั่นเอง 5. อย่าเพิ่งด่วนดีใจ การวัดเป็นเพียงมาตรฐานกลางเท่านั้น