poakpong's blog

ทำไมต้องเป็น ical.pongservice.com

iCal iCal เป็น application หนึ่งในระบบปฏิบัติการ
Mac OS X
ซึ่งเป็นปฏิทินสำหรับบันทึก/จด/เตือน งาน/เหตุการณ์ต่างๆ เอาไว้
(แต่โดยส่วนตัวไม่ค่อยได้ใช้เท่าไหร่) ดูตัวอย่างโปรแกรม
iCal
PongService ชื่อนี้อาจจะไม่ใช่ชื่อแรกในการทำเว็บไซต์เป็นของตัวเอง
มีมากมายหลายชื่อเข้ามาในหัวตั้งแต่ pongdesign.com,
poakpong.com ฯลฯ แต่สุดท้ายคิดว่าชื่อนี้ดีที่สุดเราเป็นคนให้บริการนี่นา
.com (อ่านว่า ดอท คอม) โดยปกติวิสัยของคนใช้งานอินเตอร์เน็ต เวลาพิมพ์ url ก็จะต้องตามด้วย .com
เป็นอันแรก (หรือแม้แต่ใน browser IE เวลาพิมพ์ url โดยไม่มี .com
กด Ctrl ที่คีย์บอร์ดค้างไว้แล้ว Enter มียังเติม .com ให้อัตโนมัติเลย คิดดูสิ)
.NET (อ่านว่า ดอท เน็ต) .NET เป็นอีกอันหนึ่งที่มีคนสนใจกันมากขึ้น (รวมทั้ง
microsoft)
ว่าจะเป็น generation ที่สองต่อจาก .com เราก็เลยขอไม่ตกยุคกะเค้า
ด้วยการจดทะเบียนไว้เป็นที่เรียบร้อยแร้น
PongService.NET
Blog ทำไมต้อง Blog ทำไมไม่เป็น Diary คำว่า Blog มาจากคำว่า Weblog
แต่ที่ฟังเค้ามา ฝรั่งชอบพูดสั้นๆ เลยกลายเป็น Blog เฉยๆ ความหมายของ
Blog ก็คือแชร์ความรู้สึก/ประสบการณ์ที่ได้พบเจอ ให้กับผู้อื่น โดยมีความแตกต่าง
จาก Diary ในบางอย่าง (ตามความเห็นส่วนตัว Diary มีความเป็นส่วนตัวมากกว่า)
อีกอย่าง Blog ไม่มีปฏิทินมาคอยกำหนดว่า วันนี้คุณเขียนข้อความหรือยัง
(จริงๆ แล้วชอบตรงนี้มากเพราะอยากเขียนเมื่อไหร่ก็ค่อยเขียน ถ้ามีปฏิทิน
ทำให้ต้องมาเขียนทุกวัน เดี๋ยวปฏิทินจะแหว่ง ^v^)

ยินดีต้อนรับสู่ ical.pongservice.com

ในที่สุดก็ทำเสร็จซะที หลังจากที่ออกแบบไว้สวยหรู
แต่กว่าจะออกมาได้หน้าตาแบบนี้ ก็ปวดหัวพอสมควร
ตรงโน้นผิด ตรงนี้แสดงผลผิดบ้าง บางส่วนก็ไม่ทำงาน
แต่ออกมาแล้ว ก็ถูกใจใช้ได้ทีเดียว (สวยละสิ ^v^)

สำหรับใครที่หลงเข้ามาใน Blog นี้
(เรียกว่า Blog ละกัน
ไม่อยากเรียกว่า Diary) ก็ช่วยๆ กัน comment
หน่อยละกันนะ จะได้รู้ว่าใครมาเยี่ยมบ้าง
หรือว่ามันมีปัญหาในการชมก็ บอกเข้ามาด้วย
จะได้แก้ไขให้เรียบร้อย

เปิดใช้งานวันแรก ยังไม่รู้จะโม้อะไร แค่นี้ก่อนดีกว่า

Can't Live Without You

จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า... เคยสงสัยมานานแล้วว่า หญิงสาวสองคนที่เป็นคอรัสในรายการ...

tweengirl1

จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า จะทำได้ไหม ทำได้หรือเปล่า... เคยสงสัยมานานแล้วว่า หญิงสาวสองคนที่เป็นคอรัสในรายการ "ชิงร้อยชิงล้าน" เป็นใคร ความจริงเธออยู่คู่ชิงร้อยชิงล้านพอๆ กับพิธีกร หรือพอๆ กับแก๊งสามช่าเลยก็ว่าได้ ขาดเธอไปคงต้องถามหา หรือรายการคงไม่สมบูรณ์เป็นแน่

ฝ่ายประชาสัมพันธ์ บริษัทเวิร์คพ้อยท์ จำกัด (มหาชน) เจ้าของรายการให้ข้อมูลว่า เธอคือ อ๊อด-อัญชนา แจ้งสุวรรณ และแจ๊ด-ณัฐพร กุลวรารัตน์

tweengirl2

อ๊อดเป็นบัณฑิตจากรั้วมหาวิทยาลัยรามคำแหง ส่วนแจ๊ดยังเรียนอยู่มหาวิทยาลัยรามคำแหง อัดรายการเดือนละ 2 ครั้ง ที่สตูดิโอกรุงเทพ อ๊อดเป็นรุ่นพี่ เข้ามาทำคอรัสก่อน 2 ปี ด้วยการชักชวนของคนที่ดูแลเรื่องแด๊นเซอร์รายการนี้ โดยมีทีมงานและคุณจิ๊ก-ประภาส ชลศรานนท์ มาปรับให้ลงตัว เปลี่ยนคู่คอรัสอยู่เรื่อย จนมาลงตัวที่แจ๊ด และจับคู่ทำมาด้วยกันเข้าปีที่ 7 แล้ว เห็นเต้นกันเด็ดสะระตี่อย่างนี้ ตัวจริงอ๊อดตัวเล็กๆ หน้าตาน่ารัก ขี้เล่น ส่วนแจ๊ดจะตัวใหญ่กว่าหน้าตาสวย แต่ขี้อาย พูดไม่ค่อยเก่ง และสองสาวมีแฟนติดตามผลงานไม่น้อย มีหนุ่มๆ โทรศัพท์เข้ามาที่ประชาสัมพันธ์บริษัทเยอะมาก มีทั้งขอเบอร์ส่วนตัว ขอรูปถ่ายพร้อมลายเซ็นก็มี

13.30 น. วันพุธที่ 26 พฤษภาคม 2547 อ๊อดกับแจ๊ดให้ปากคำ

แจ๊ด : "มีคนจำได้ว่าเป็นคอรัสชิงร้อยชิงล้าน พอเห็นแจ๊ดเขาก็จะถามว่าอีกคนไม่มาด้วยเหรอ ทุกวันนี้เวลาดูรายการตอนที่ออนแอร์ ปลื้มมากค่ะ ไม่น่าเชื่อว่าเราจะมาอยู่ในจุดนี้ และภาพเราติด มีคนรู้จัก จำได้ แต่ดูตัวเองในทีวีทุกครั้งก็จะเขินมาก แจ๊ดทำมา 5 ปีแล้ว และจะทำต่อไปจนกว่าพี่เขาจะไล่ออก อนาคตถ้าไม่ได้ทำตรงนี้ แจ๊ดก็พยายามเก็บเงินให้ได้เยอะๆ ถ้าอยากทำอะไรหรืออยากเรียนต่ออะไรก็จะได้ทำได้เลย"

อีอด : "เคยทำเสื้อผ้ามาก่อน ชอบด้านนี้ เลยช่วยพี่ๆ คอสตูมว่าเสื้อผ้าควรเป็นยังไง เทรนด์ตอนนี้เป็นอะไร เราสองคนเปิดแมกกาซีนต่างประเทศ ดูเทรนด์แต่งหน้าทรงผมแปลกๆ ใหม่ๆ แล้วพี่ๆ เขาช่วยทำให้ สนุกตรงนี้ละค่ะ ได้แต่งตัวแปลกๆ มันๆ แต่ต้องเหมือนกัน เคลมีคนทักเยอะว่าเป็นพี่น้องกันหรือเปล่า บางทีก็อำเขาว่าใช่ คงเพราะทำงานด้วยกันและอยู่คู่รายการมานาน เวลาจะอัดรายการก็ต้องมีเรา คือเป็นส่วนเล็กๆ แต่ถ้าขาดไปคงเหมือนมีอะไรหายไป ตอนนี้มีคนเข้ามาขอถ่ายรูปด้วยเยอะค่ะ แต่ไม่ถึงกับขอลายเซ็น เพราะไม่ดังขนาดนั้น เรามีวันนี้ได้เพราะพี่ๆ ให้โอกาส อ๊อดทำมาได้ 7 ปีแล้วค่ะ จนเหมือนเป็นพนักงานเวิร์คพ้อยท์ไปแล้ว ส่วนอนาตตถ้าไม่ทำงานนี้คงจะเปิดร้านเสื้อผ้าหรืออะไรสักอย่างเกี่ยวกับเสื้อผ้า เพราะชอบแฟชั่นมันสนุกดีค่ะ"

กิจกรรมบันเทิงยามดึก บอกนิสัยคุณได้ด้วยนะ

กิจกรรมบันเทิงที่คุณเลือกทำในคืนว่างๆ สามารถบอกนิสัยคุณได้ด้วยล่ะ ลองดูสิว่าคุณเลือกทำอะไร...

กิจกรรมบันเทิงที่คุณเลือกทำในคืนว่างๆ สามารถบอกนิสัยคุณได้ด้วยล่ะ ลองดูสิว่าคุณเลือกทำอะไรต่อไปนี้บ้าง ดูหนังรอบดึก ฟังวิทยุทั้งคืน เที่ยวกลางคืน ดูทีวีทั้งคืน แชตในอินเตอร์เน็ต อ่านหนังสือบนเตียง หรือ คุญโทรศัพท์กับหวานใจ

overmidnight

ดูหนังรอบดึก : คุณจะเป็นคนรักสันโดษ แต่แอบชอบเรื่องตื่นเต้นนะ คุณมีเพื่อนสนิทจริงๆ อยู่ไม่กี่คน และมันจะเป็นกลุ่มเพื่อนที่ชอบอะไรคล้ายๆ กัน คุณเป็นคนเก็บเงินเก่ง บริหารการเงินส่วนตัวได้ดี มีเรื่องที่ทำให้คุณเสียตังค์มากๆ อยู่ไม่กี่เรื่องหรอก ข้อดีของคุณคือคุณค่อนข้างรู้จักตัวเอง เวลาใครถามความคิดเห็นอะไรจากคุณก็มักจะได้ความเห็นดีๆ ที่มาจากใจของคุณกลับไปเสมอ

ฟังวิทยุทั้งคืน : คุณเป็นคนช่างฝันนะ แล้วก็ยังขี้เหงาเสียด้วยสิ คุณมีเพื่อนสนิทเยอะมาก แต่เพื่อนที่สนิทจริงๆ น่ะ มีไม่เท่าไรหรอก คุณตกหลุมรักใครต่อใครได้ง่ายๆ แต่ไม่ได้หมายความว่าเป็นคนใจง่ายนะ เพราะถึงที่สุดแล้วคุณเองก็ค่อนข้างที่จะหัวโบราณในเรื่องความรักอยู่เหมือนกัน จะให้มาอยู่ก่อนแต่งเรอะ ไม่มีวันเสียหรอก คุณมีข้อเสียสำคัญอย่างหนึ่งตรงที่ไม่ค่อยจะมองไกลในแง่จริงเท่านั้นนั่นแหละ

เที่ยวกลางคืน : คุณเป็นคนรักสนุกเป็นคนเฟรนด์ลี่ มีเพื่อนเยอะแยะใครต่อใครก็มักจะหลงเสน่ห์คุณได้ไม่ยาก ดูภายนอกจะเหมือนว่าคุณเป็นคนเจ้าชู้ แต่จริงๆ แล้ว คุณก็รักเดียวใจเดียวเหมือนกันนา เพียงแต่ว่าอาจมีเพื่อนที่เป็นเพศตรงข้ามเยอะหน่อยเท่านั้นเอง ข้อเสียของคุณคือเรื่องการเงินนี่แหละ คุณมักมีปัญหาในการหมุนเงินเสมอเลย ขาดเดือนเหมือนจะขาดใจทุกทีสิน่า

ดูทีวีทั้งคืน : คุณเป็นคนร่าเริง ชอบทำตัวทันสมัย ข่าวคราวอะไรที่ใครเขารู้คุณก็ต้องรู้ด้วย คุณเองไม่ชอบเรื่องหนักหัว อย่างเช่น เศรษฐกิจ การเมือง การปกครอง แต่ถ้าหากเป็นเรื่องบันเทิงละก็ ถึงไหนถึงกัน คุณเป็นคนรักครอบครัวและเพื่อนพ้องมากๆ เรียกได้ว่าพวกข้าใครอย่าแตะ ซึ่งมันก็เป็นข้อดีและข้อเสียของคุณ บางครั้งการให้ความสนับสนุนคนที่คุณรักในทางที่ผิล มันก็เป็นเรื่องที่ไม่ดีเหมือนกันนะ

แชตในอินเตอร์เน็ต : คุณเป็นคนชอบหาประสบการณ์อะไรใหม่ๆ ให้กับชีวิต แม้แต่เรื่องเพื่อน คุณก็ไม่รอช้าที่จะทำความรู้จักกับใครใหม่ๆ แต่ถ้าจะให้คบกับใครไปนานๆ นั่นก็อีกเรื่องนึงล่ะ ที่ต้องผ่านด่านทดสอบนานาประการ ผ่านกาลเวลาจนคุณสนิทใจเสียก่อนถึงจะเรียกได้ว่าสนิทกันจริง คุณมีปัญหาด้านการบริหารเวลานะ มักจะตื่นสาย ไปทำงานหรือไปเรียนสาย และมักจะหลงลืมเวลานัดบ่อยๆ ต้องปรับปรุงตัวหน่อยนะ

อ่านหนังสือบนเตียง : คุณเป็นคนที่ชอบใฝ่หาความรู้ใหม่ๆ เข้าตัวอยู่เสมอ เป็นคนมีจินตนาการและมีความคิดสร้างสรรค์ แต่ว่าข้อเสียคือคุณมักมีปัญหาในการเข้าสังคมอยู่บ้าง โดยเฉพาะสังคมที่อยู่นอกเหนือจากแวดลงของคุณ คุณจะรู้สึกลำบากในการเข้าไปร่วมสังสรรค์เสมอเลย ดังนั้นคุณเองจะไม่ค่อยเปลี่ยนไลฟ์สไตล์มากนัก ไม่ค่อยเปลี่ยนงาน และแน่นอน... ไม่ค่อยเปลี่ยนแฟน

คุณโทรศัพท์กับหวานใจ : คุณเป็นคนมีพรสวรรค์ทางการพูด เป็นคนน่าคบหา รู้จักจังหวะในการสนทนา มีมุขตลก และมีเรื่องอะไรต่ออะไรมาคุยได้ไม่หยุดหย่อน คุณพร้อมจะเรีรยนและรับรู้อะไรใหม่ๆ อยู่เสมอ แต่ข้อเสียของคุณคือคุณมักจะมีปัญหาเรื่องการบริหารตัวเอง คุณมักจะกะเวลาผิดพลาดกะการใช้เงินผิดพลาด และอาจเลยไปถึงการเลือกคบกับคนผิดไปเลยก็ได้ ข้อแนะนำสำหรับคุณก็คือ พยายามเลือกคบคนดีๆ เข้าไว้ล่ะ แล้วทุกอย่างจะดีเอง

Uniquely SINGAPORE & TOKYO traditional festival

การท่องเที่ยวสิงคโปร์เปิดแคมเปญท่องเที่ยวใหม่ล่าสุด 'ยูนีคลี่สิงคโปร' (Uniquely Singapore) เพื่อสนับสนุนให้ประเทศสิงคโปร์เป็นแหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจ และสะท้อนให้เห็นถึงวัฒนธรรมอันหลากหลายที่มารวมกันอยู่ที่ดินแดนนี้ได้อย่างลงตัว

ในห้วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้ประเทศสิงคโปร์ได้ถูกแปลงโฉมไปอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเมืองที่มีความทันสมัยมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ก็ยังคงรักษาวัฒนธรรมและประเพณีอันเก่าแก่เอาไว้ได้อย่างครบถ้วน เชื่อว่าหลายท่านคงจะเคยไปเที่ยวที่ประเทศบ้านใกล้เรือนเคียงนี้กันมาบ้างแล้ว และคงได้พบเห็นความหลายหลายของวัฒนธรรมท้องถิ่นที่กลายเป็นสัญลักษณ์ของประเทศนี้ อาทิ อาหารขึ้นชื่อ "ปูผัดพริก" (Singapore Chilli Crab) แอร์โฮสเตสของสิงคโปร์แอร์ไลน์ ค๊อกเทลสูตรเด็ด "สิงคโปร์ สลิง" (Singapore Sling) ซึ่งในปีนี้ทางสิงคโปร์ยังเพิ่มความน่าสนใจเข้าไปอีกรับรองว่าจะเที่ยวเพลินจนลืมเวลากันเลยล่ะค่ะ

100 WOMEN CAN

สำรวจความคิดเห็นผู้หญิง 100 คน เรื่องนิ้วมือ
  100% บอกว่าเธอสัมผัสตัวเองได้เก่งกว่าผู้ชาย
95% ชอบหักนิ้วตัวเอง
92% เคยใส่เล็บปลอมอย่างน้อยหนึ่งครั้ง
88% เคยไปนวดตัว
84% ไม่ยอมไปเดทกับผู้ชายที่แคะขี้มูก
75% ชอบเกาหลังผู้ชายระหว่างมีเซ็กซ์
72% เคยให้ความสุขด้วยมือในรถ
69% เคยนวดให้ผู้หญิงด้วยกัน
65% พกกระดาษเช็ดมือฆ่าเชื้อโรคยี่ห้อพูเรลล์ติดตัวเสมอ
59% เคยใช้กล้องถ่ายรูป
53% เคยใช้สองนิ้วเต้นแทงโก้ในที่ทำงาน
45% กัดเล็บ
44% เฝ้ารอแหวน
41% รู้สึกว่าตัวเองเช็กแฮนด์ได้เข้มแข็งดี
38% รู้วิธีทำสัญลักษณ์มือของพวกแก๊งค์
36% เชื่อว่าการแตะต้องสำคัญที่สุดในประสาทสัมผัสทั้งห้า
35% เคยจ่ายค่าทำเล็บเกิน 2,000 บาท
28% หักข้อกลับด้านได้
22% ใส่มือทั้งมือเข้าไปในปากได้
21% ไม่เคยมีใครมาอาสาจะนวดเท้าให้
16% จินตนาการเกี่ยวกับมือของคนรัก
10% อยากให้มือของคนรักหยาบกระด้างกว่านี้
4% สามารถพูดภาษามือเป็นประโยคว่า 'คุณทำให้ฉันสมบูรณ์'
3% เคยชกหน้าคน

Adidas แบรนด์กีฬาชั้นนำของโลก

Adidas ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 1920 โดย Adi Dassier ช่างผลิตรองเท้าชาวเยอรมัน ซึ่งเริ่มแรกเป็นร้านรองเท้าเล็กๆ ที่ผลิตรองเท้า training วันละ 50 คู่ ต่อมา Adi Dassier และพี่ชายของเขา Rudolf Dassier ได้ร่วมจัดตั้งบริษัทขึ้น ชื่อว่า 'Dassier Brothers OHG' ทั้งสองได้มาเช่าพื้นที่ทำโรงงานผลิตรองเท้ากีฬาในปี 1927 ปีต่อมารองเท้าของตระกูล Dassier ได้ถูกใช้ในกีฬา Olympic ที่ Amsterdam เป็นครั้งแรก และได้ออกสินค้าใหม่รองเท้าเทนนิสในปี 1931

ปี 1936 Jesse Owens ผู้กวาดเหรียญทอง 4 รางวัลในการแข่งขัน Berlin Olympic Games ได้สวนรองเท้ากีฬาของ Dassier ในการเข้าแข่งขัน ทำให้รองเท้าของ Dassier เป็นที่ยอมรับกว้างขวางมากขึ้นในหมู่นักกีฬา และปีเดียวกันนี้เองลูกชายของ Adi Dassier ได้กำเนิดขึ้นมีชื่อว่า Horst Dassier

กิจการดำเนินไปด้วยดีจนมาถึงจุดหนึ่งในปี 1948 Adi และ Rudolf ต่างตัดสินใจแยกออกจากกัน โดย Rudolf ไปก่อตั้งแบรนด์ 'PUMA' (Puma AG) ขณะที่ Adi ก่อตั้งแบรนด์ 'Adidas' โดยใช้ชื่อ Adidas เป็นชื่อบริษัทอย่างเป็นทางการนับแต่นั้น ตั้งแต่ปี 1952 เป็นต้นมารองเท้าของ Adidas กลายเป็นที่นิยมของนักกีฬาในการแข่งขัน Olympic Games ต่างๆ อาทิ Olympic Games ที่ Helsinki ปี 1952, Melbourne Olympic Games ปี 1956, Olympic Games ที่กรุงโรม ปี 1960 ขณะเดียวกันบริษัทฯ ได้ขยายกิจการโดยตั้งโรงงานผลิตขึ้นที่ฝรั่งเศสและเปิดโรงงานแห่งที่สองในเยอรมันในปี 1959

ปี 1961 Adidas ได้เริ่มขยายไลน์สินค้ามากขึ้นจากเดิมที่ผลิตแต่รองเท้ากีฬา อาทิ เสื้อผ้ากีฬา อุปกรณ์กีฬาต่างๆ และเริ่มมีการใช้ Logo ใหม่ (เรียกว่า Trefoil logo) ขึ้นในปี 1972 ซึ่งเป็นรูปใบไม้สามใบ หมายถึง Olympic spirit และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันของทั้ง 3 ทวีป

Adi Dassier เป็นคนแรกที่ไม่ใช่ชาวอเมริกันที่มีบทบาทสูงอย่างมากต่อวงการกีฬาระดับโลก เขาได้เสียชีวิตลงในปี 1978 ด้วยโรคหัวใจวายขณะที่อายุ 78 ปี ซึ่งขณะนั้น Adidas สามารถผลิตรองเท้าถึง 45 ล้านคู่ต่อปี Horst Dassier ลูกชายของเขาได้เข้ามาบริหารต่อ เขาได้ก่อตั้ง ISL (International Sports Culture and Leisure) บริษัททางด้านการตลาด สำหรับงานกีฬาต่างๆ (Sport Marketing) ต่อมาได้เสียชีวิตในปี 1987 ด้วยวัยเพียง 51 ปี จากการตายของ Horst Dassier นี่เองที่ทำให้เกิดจุดเปลี่ยนของผู้บริหาร Adidas เริ่มประสบปัญหาอย่างหนัก ในที่สุด Adidas ได้ขายหุ้น 80% มูลค่า 1.6 ล้าน French franks ให้กับ Bernard Tapie ไปในปี 1990

ปี 1992 Tapie มีปัญหาทางการเงินขั้นวิกฤติจึงได้เจรจาให้ Credit Lyonnais Bank ช่วยเข้ามาซื้อกิจการ Adidas ซึ่งต่อมาเข้าได้ถูกฟ้องร้องในคดีความมิชอบทางการเงินซึ่งขณะนั้นดำรงตำแหน่ง Minister of Urban Affairs ของรัฐบาลฝรั่งเศส ปี 1993 ธนาคารได้ขาย Adidas ให้กับ Robert Louis-Dreyfus CEO คนใหม่ผู้ที่ทำให้ Adidas กลับมาอีกครั้ง และในปี 1995 บริษัทได้จดทะเบียนเข้าตลาดหลักทรัพย์ที่ Frankfurt และ Paris

ปี 1997 Adidas AG ได้เข้าซื้อกิจการ Salomon Group (ผู้ผลิตอุปกรณ์กีฬาฤดูหนาวรายใหญ่ของโลก) พร้อมแบรนด์ในกลุ่ม Salomon, Taylor Made, Mavic และ Bonfire และได้จัดตั้งบริษัทใหม่ในชื่อ Adidas - Salomon AG และออก campaing ส่งเสริมทางการตลาดมากมาย เน้นให้นักกีฬาชื่อดังของโลกเป็นสื่อภาพลักษณ์ของสินค้า อาทิ Kobe Bryant นักบาสเกตบอลชื่อดัง Anna Kournikova นักเทนนิส และ David Beckham นักฟุตบอลชื่อดังจากทีม Real Madrid ของสเปน

ปัจจุบัน บริษัท Adidas-Salomon AG มีพนักงานประมาณ 15,700 คนทั้วโลก ยอดขายในปี 2003 สูง 6.27 ล้านล้านยูโร เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อนรายได้สุทธิของบริษัทมีอัตราการเติบโต 14% จากเดิมรายได้สุทธิเท่ากับ 229 ล้านยูโร เพิ่มขึ้นเป็น 260 ล้านยูโร สินค้าของ Adidas จำหน่ายมากกว่า 160 ประเทศทั่วโลก มีสำนักงานใหญ่ที่เมือง Herzogenaurach, Germany โดยปัจจุบันมี Herbert Hainer เป็น CEO และ Chairman ของ Adidas - Salomon AG

How to choose 2 pieces for your body

เลือก "ทู-พีช" มาใส่กันดีกว่า

เห็นใครต่อใครเขาใส่ทู-พีช กันให้ระนาว จะน้อยหน้าคนอื่นได้อย่างไร ลองออกไปเดินเลือกชุดว่ายน้ำแบบทู-พีชกันหน่อยดีกว่า ก่อนที่จะออกไปเดินเลือกชุดว่ายน้ำชุดเก่งที่คุณอยากจะอวดทรวดทรงองค์เองของคุณให้โลกได้ชมกันนั้น เราก็อยากจะแนะนำให้สาวๆ ทั้งหลาย มีวิธีเลือกชุดว่ายน้ำแบบทู-พีชกันก่อนที่จะตัดสินใจซื้อ เพื่อที่จะได้เก็บเอาไว้ใส่อวดโฉมนานๆ เพราะเรื่องของทรวดทรงเป็นเรื่องสำคัญทีเดียวที่คุณควรจะศึกษา สาวๆ ใจกล้าทั้งหลายจะได้รู้ว่าควรจะเลือกชุดว่ายน้ำแบบไหนมาใส่ให้เหมาะกับรูปร่างตัวเอง

1. สาวๆ อกไข่ดาว
จุดสำคัญที่สุดคือชิ้นบน เลือกแบบเกาะอก หรือสายเดี่ยวเส้นเล็กๆ คล้องหรือผูกหลังต้นคอ ซึ่งทั้งสองอย่างต้องเป็นแบบที่มีทรงเล็กๆ และมีโครงดันทรงพร้อมฟองน้ำ ยิ่งดีใหญ่ เพราะทั้งสองอย่างจะช่วยกันเกื้อกูลให้อกที่แบนอยู่แล้วดูดีขึ้นทันตา เลือกแบบที่มีเนื้อผ้ามันวาวหรือลายขวางบริเวณหน้าอก ช่วยพรางให้ดูมีทรวงอกมากขึ้น

2. สาวๆ อกบึ้ม
เน้นที่เช่นบนเช่นกัน คือให้เลือกแบบกึ่งสปอร์ต (ทรงคล้ายเสื้อกล้าม) ซึ่งเสริมฟองน้ำเรียบร้อย จะได้ช่วยเก็บหน้าอกได้มิดชิดทั้งด้านหน้าและด้านข้าง ไม่ให้ล้นปรี่ออกมา เลือกสีเข้ม และบริเวณอกไม่ควรมีลาย แต่ากลัววาจะเรียบเกินไป ให้เลือกที่มีลายบริเวณช่วงเอวแทน มีโครงเสริมใต้อกได้ก็ดี จะได้ช่วยพยุงหน้าอกที่ใหญ่ไม่ให้คล้อยยามเคลื่อนไหวในน้ำ คอไม่ควรเป็นแบบเว้าลึกหรือจะเลือกแบบคอเป็นเส้นตรงก็ได้ เพราะจะได้ไม่เน้นช่วงอกมากเกินไป

3. สาวๆ เอวหนา
ควรเลือกแบบที่ฝรั่งเขาเรียกว่า tankini คือบิกินี่ชิ้นบนจะมีทรงเหมือนแทงค์และยาวปิดลงมาถึงเอว มาถึงชิ้นล่าง เดี๋ยวนี้สมัยใหม่จะเห็นว่าบางดีไซน์มีเข็มขัดที่บิกีนี่ชิ้นล่างด้วย แน่นอนแบบนี้ล่ะจะช่วงพรางเอวให้ดูเล็กลง ประเภทลายๆ ทั้งหลายได้โปรดอย่าซื้อ เลือกแบบสีเดียวล้วนๆ แต่อย่าจัดจ้านนัก เพราะจะยิ่งเน้นให้เห็นว่าเอวใหญ่ชัดขึ้น

4. สาวหน้าท้องใหญ่

ชูวัดบวรนิเวศฯ ต้นแบบจัดการสิ่งแวดล้อม

แถลงผลสำเร็จการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมวัดบวรนิเวศฯ ให้เป็นวัดต้นแบบในการจัดการสิ่งแวดล้อม พร้อมเตรียมปรับปรุงอีก 35 วัดในพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์

พระเทพดิลก และพระราชเมธาภรณ์ กรรมการฝ่ายสงฆ์ ร่วมกับคุณหญิงณฐนนท ทวีสิน ปลัดกรุงเทพมหานคร (กทม.) และนางมณทิพย์ ศรีรัตนา ทาบูกานอน ผู้ตรวจราชการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แถลงข่าวผลสำเร็จโครงการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมวัดบวรนิเวศวิหาร เนื่องในโอกาสสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก พระชนมายุ 90 พรรษา 3 ตุลาคม 2546 ว่า หลายหน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม วัดบวรนิเวศวิหาร และ กทม. ดำเนินโครงการปรับปรุงคุณภาพสิ่งแวดล้อมในวัดบวรฯ เพื่อเฉลิมฉลองและถวายเป็นพระกุศล โดยปรับปรุงใน 3 เรื่องหลัก คือ การแก้ปัญหาน้ำเสีย การแก้ปัญหาขยะมูลฝอย และการปรับปรุงภูมิทัศน์ แบ่งการดำเนินการเป็น 2 ระยะ คือแผนระยะสั้น ระหว่างวันที่ 1 มิถุนายน-10 กันยายน 2546 โดยดำเนินการแก้ไขปัญหาน้ำในคูเน่าเสียด้วยการย้ายสัตว์น้ำ ขุดลอกตะกอนดินใต้คูน้ำ และติดตั้งบ่อดักไขมันที่กุฏิต่าง ๆ ส่วนการแก้ไขปัญหาขยะมูลฝอย ได้มีการจัดหาภาชนะรองรับมูลฝอยให้กับกุฏิต่าง ๆ พร้อมจัดสวนหย่อม สวนสมุนไพร และทาสีกำแพงแก้ว

ส่วนแผนระยะยาว ได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคม 2546 โดยทำการก่อสร้างระบบรวบรวมน้ำเสียภายในวัดบวรนิเวศวิหาร เพื่อระบายสู่ระบบรวบรวมน้ำเสียของ กทม.ก่อนนำไปบำบัดยังระบบบำบัดน้ำเสียศูนย์กลางของ กทม. นอกจากนั้น ยังได้ดำเนินการซ่อมแซมกำแพงแก้วพร้อมทาสี และการปรับปรุงลานอเนกประสงค์บริเวณหน้าวัดบวรนิเวศวิหาร ซึ่งขณะนี้ดำเนินการเสร็จสิ้นแล้ว และจะนำเสนอให้วัดบวรฯ เป็นกรณีศึกษาสำหรับแนวทางในการจัดการสิ่งแวดล้อมให้แก่วัดต่าง ๆ ใน กทม. บริเวณพื้นที่เกาะรัตนโกสินทร์ อีก 35 แห่งต่อไป

ปลัด กทม. ให้สัมภาษณ์เพิ่มเติมว่า ในการดำเนินโครงการฯ ได้มีการย้ายปลาดุกจำนวน 3,000 ตัว เต่า 200 ตัว และตะพาบ 150 ตัวออกจากพื้นที่ก่อน และทำการบำบัดคุณภาพน้ำให้ดี แล้วจึงนำสัตว์น้ำกลับมาปล่อย ส่วนสุนัขและแมวจรจัดได้จัดระบบให้มีหน่วยสัตวแพทย์เข้าไปทำหมันและส่งไปไว้ในความดูแลของ กทม. แทน นอกจากนี้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ได้พระราชทานกังหันชัยพัฒนา 2 เครื่องใหม่ที่เป็นแสตนเลสเพื่อการปรับปรุงคุณภาพน้ำภายในวัด และยังได้อนุรักษ์พันธุ์ไม้นานาชนิดที่อยู่ภายในวัดมาแต่ดั้งเดิม สำหรับวัดอื่น ๆ จะต้องมีการทำแผนก่อนที่จะดำเนินการปรับภูมิทัศน์

ตำนานแห่งการดื่มชา

เรื่องราวที่เกี่ยวข้องกับตำนานการดื่มชามีความหลากหลายพอๆ กับประเภทของชาที่เรารู้จักกันดี และยังมีความแตกต่างกันออกไปในแต่ละส่วนของโลกด้วย

ตำนานการแพร่หลายและเชื่อกันมากที่สุดเป็นตำนานจีน คือเมื่อราว 2,737 ปีก่อนครีสตกาล ขณะที่จักรพรรดิเฉินหนงกำลังต้นน้ำอยู่ใต้ต้นชา ได้มีใบชาหล่นลงไปในกาต้มน้ำ จอมราชันพบว่าน้ำที่ต้มกลับกลายเป็นเครื่องดื่มชนิดใหม่ที่มีรสชาดดีและมีกลิ่นหอม นับจากนั้นมาชาก็เป็นที่รู้จักและนิยมกันอย่างแพร่หลาย

การดื่มชาในยุคแรกๆ ดื่มเพื่อบำบัดโรคมากกว่าที่จะดื่มด่ำรสชาดและกลิ่นหอมของใบชา ต่อมาเมื่อชาเดินทางเข้าสู่อังกฤษ ก็ได้รับความนิยมจนกลายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิต สำหรับการดื่มชายามบ่ายที่เรียกกันว่า afternoo tea มีที่มาจากสุภาพสตรีชั้นสูงชาวอังกฤษที่ต้องการพบปะสังสรรค์กันในหมู่เพื่อนฝูง จึงมีการเชิญญาติมิตรมาดื่มชายามบ่าย เพราะสมัยนั้นผู้หญิงตะวันตกห้ามไม่ให้ร่วมวงสังคมกับผู้ชายในร้านกาแฟหรือตามสโมสรต่างๆ

Pages

Subscribe to RSS - poakpong's blog