แอปเปิ้ลส่งซอฟต์แวร์แก้หูเสื่อมให้คนรักไอพ็อด

แอปเปิ้ลแก้ปัญหาทันควันหลังตกเป็นจำเลยข้อหาทำหูเสื่อม ส่งซอฟต์แวร์อัปเดตที่สามารถตั้งค่าความดังของเสียงที่เหมาะสมกับหูได้ พร้อมฟีเจอร์พิเศษให้ผู้ปกครองสั่งล็อกระดับเสียงที่ต้องการได้พร้อมตั้งพาสเวิร์ดป้องกันบุตรหลานเปลี่ยนได้เอง

ซอฟต์แวร์ดังกล่าวเป็นซอฟต์แวร์สำหรับทำงานกับไอพ็อดนาโน เครื่องเล่นเพลงดิจิตอลรุ่นผอมบาง และไอพ็อดรุ่นที่สามารถเล่นไฟล์วิดีโอได้ นอกจากนั้น ผู้ปกครองก็สามารถใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวนี้ตั้งค่าของเสียงที่เหมาะสมกับหูของบุตรหลานได้ตามต้องการ และจัดการ "ล็อค" ระดับเสียงนั้นเอาไว้ได้ด้วยพาสเวิร์ด เพื่อป้องกันไม่ให้บุตรหลานแอบเปลี่ยนไปเป็นเสียงดัง ๆ ที่อาจทำอันตรายต่อหูได้อีก

Greg Joswiak รองประธานของแอปเปิ้ลฝ่ายการตลาดกล่าวว่า " ในฐานะที่แอปเปิ้ลเป็นผู้นำในวงการเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล แอปเปิ้ลจึงต้องการพัฒนานวัตกรรมด้านการใช้งานที่สะดวกสบายต่อผู้ใช้ให้มากที่สุด และจากข้อร้องเรียนเกี่ยวกับเสียงที่ดังจนเกินไป เราจึงได้พัฒนาซอฟต์แวร์สำหรับควบคุมความดังของเสียงที่ง่ายต่อการใช้งานออกมาด้วยเช่นกัน"

ไมเคิล การ์เทนเบิร์ก นักวิเคราะห์จากจูปิเตอร์รีเสิร์ชให้ความเห็นว่า ไม่ว่าแอปเปิ้ลจะยอมรับหรือไม่ต่อข้อกล่าวหาที่ว่าเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดสร้างปัญหาด้านการฟังให้ผู้ใช้ แต่การกระทำของแอปเปิ้ลที่พัฒนาซอฟต์แวร์ออกมารับผิดชอบต่อปัญหาดังกล่าวถือเป็นการแสดงความรับผิดชอบอีกทางหนึ่ง

อย่างไรก็ดี ซอฟต์แวร์ดังกล่าวสามารถแก้ไขปัญหาที่ถูกร้องเรียนได้ระดับหนึ่ง เนื่องจากยังมีเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดอีกรุ่นหนึ่งที่ไม่สามารถทำงานร่วมกับซอฟต์แวร์ตัวนี้ได้ นั่นคือ ไอพ็อดชัฟเฟิล

สำนักข่าวเอพีนิวส์ได้ทำการสัมภาษณ์ความคิดเห็นของผู้ปกครองบางรายเกี่ยวกับการปรับปรุงซอฟต์แวร์ครั้งนี้ของแอปเปิ้ล โดยส่วนหนึ่งมีความรู้สึกพึงพอใจที่แอปเปิ้ลมีการแก้ไขปรับปรุง ยกตัวอย่างเช่น Sandy Liao คุณแม่ลูกสองรายหนึ่งระบุว่า รู้สึกพึงพอใจที่แอปเปิ้ลแก้ไข แม้ว่าเธอจะไม่สามารถใช้ซอฟต์แวร์ดังกล่าวได้กับเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลไอพ็อดที่เธอมี นั่นก็คือ ไอพ็อดชัฟเฟิล และที่ครอบครัวของเธอมีนโยบายไม่ซื้อเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลให้กับลูก ๆ ได้ใช้ก่อนวัยอันควร เนื่องจากเกรงว่าจะมีปัญหาด้านการฟัง และเธอได้เพิ่มเติมด้วยว่า ถึงแม้จะไม่ได้ซื้อให้ลูก แต่ก็มีเพื่อนของเธอมอบไอพ็อดชัฟเฟิลให้เป็นของขวัญแก่ลูกทั้งสองไปแล้ว

"คงเป็นเรื่องที่เยี่ยมมาก ถ้าฉันสามารถใช้ซอฟต์แวร์ควบคุมความดังของเสียงกับไอพ็อดชัฟเฟิลได้" Sandy Liao กล่าว

มีการอ้างอิงถึงเอกสารฟ้องร้องที่ส่งถึงศาลรัฐแคลิฟอร์เนียเกี่ยวกับความดังของเสียงที่เครื่องเล่นเพลงยอดฮิตอย่างไอพ็อดสร้างได้นั้นว่ามีมากกว่า 115 เดซิเบล ซึ่งเป็นระดับเสียงที่สามารถทำลายระบบการฟังของผู้ใช้ได้หากฟังติดต่อกันนานเกินกว่า 28 วินาทีต่อวัน และเมื่อต้นปีที่ผ่านมา ก็มีชาวหลุยส์เซียน่ารายหนึ่งฟ้องร้องแอปเปิ้ลโดยกล่าวหาว่าไอพ็อดเป็นเครื่องเล่นที่สามารถทำลายระบบการฟังของผู้เล่นได้แล้วด้วยเช่นกัน

เจนนิเฟอร์ เวเบอร์ ผู้เชี่ยวชาญด้านเสียงแห่งมหาวิทยาลัยนอร์ธเทิน โคโรลาโด เปิดเผยว่า ปัจจุบัน ชาวอเมริกันจำนวน 25 ล้านคน หรือเท่ากับ 10 เปอร์เซ็นต์ของชาวอเมริกันทั้งหมดมีปัญหาด้านระบบการฟังบกพร่อง ซึ่งทำให้ปัญหานี้กลายเป็นปัญหาใหญ่ที่ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตเป็นอย่างมาก

สำหรับการจำหน่ายเครื่องเล่นเพลงไอพ็อดนั้น แอปเปิ้ลได้มีการติดตั้งคำเตือนว่า "permanent hearing loss may occur if earphones or headphones are used at high volume." หรือก็คือ หากฟังด้วยเสียงที่ดังจนเกินไปอาจสูญเสียระบบการฟังอย่างถาวรได้"

"อันตรายที่เกิดขึ้น เกิดจากการที่หูรับเสียงในระดับที่ดังจนเกินไป ดังนั้นไม่ว่าเครื่องเล่นยี่ห้อใดที่สามารถสร้างเสียงได้ดังในระดับนั้นก็ถือเป็นอันตรายทั้งนั้น" เวเบอร์กล่าว

คำกล่าวดังกล่าวยืนยันได้ว่า ไม่ใช่แอปเปิ้ลเพียงบริษัทเดียวที่ต้องเริ่มติดตั้งคำเตือนในการใช้งานบนข้างกล่องผลิตภัณฑ์เครื่องเล่นเพลงดิจิตอล อย่างไรก็ดี การติดตั้งคำเตือนในการใช้งานอาจช่วยลดค่าใช้จ่ายในการเป็นความกับลูกค้าได้อีกทางหนึ่ง

ด้านประเทศฝรั่งเศส ได้เคยมีการออกกฎหมายในปี 1996 ควบคุมระดับความดังของเสียงในอุปกรณ์ต่าง ๆ ไม่ให้เกิน 100 เดซิเบลมาแล้ว ซึ่งถือว่าเป็นกฎหมายที่ออกมาก่อนไอพ็อดจะเกิดถึง 5 ปีเลยทีเดียว

ปัจจุบัน แอปเปิ้ลสามารถขายไอพ็อดได้แล้วกว่า 42 ล้านเครื่อง นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในเดือนตุลาคม 2001 ในจำนวนนี้ยอดขายเครื่องเล่นกว่า 30 ล้านเครื่องเป็นยอดขายที่เกิดขึ้นหลังจากแอปเปิ้ลเปิดตัวไอพ็อดชัฟเฟิล และไอพ็อดนาโนในปี 2005 เป็นต้นมา

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการ