ฮิตาชิทุ่มงบ 200 ล้านเหรียญ โรงงานไทยผลิตไดรว์ iPod

Submitted by poakpong on Mon, 2004-05-17 - 00:00

รอยเตอร์ - หลังจากเปิดตัว “มินิ iPod” จนเกิดกระแสความนิยมอย่างรุนแรง และทำให้สินค้าไม่สามารถผลิตได้ทันจนขาดตลาดไประยะหนึ่ง จนแอปเปิ้ลต้องเลื่อนการเปิดตัวในระดับโลกออกไปนั้น มาในวันนี้ฮิตาชิ ผู้ผลิตฮาร์ดไดรว์ตัวจิ๋วสำหรับมินิ iPod ก็ได้เตรียมทุ่มงบกว่า 200 ล้านเหรียญสหรัฐเพิ่มกำลังการผลิตดิสก์ไดรว์ดังกล่าวแล้ว โดยการผลิตดิสก์ไดรว์ความจุ 4 กิกะไบต์ที่บรรจุใน “มินิ iPod” ของฮิตาชินั้น ใช้ฐานการผลิตในประเทศไทยเรานี้เอง ซึ่งในรายงานข่าวแจ้งว่าทางฮิตาชิจะรับพนักงานเพิ่มอีกประมาณ 16,000 ตำแหน่งด้วย

โดยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ทางผู้บริหารของแอปเปิ้ลก็ได้ออกมาประกาศเลื่อนการเปิดตัวมินิ iPod ในระดับโลกออกไป เนื่องจากกำลังการผลิตดิสก์ไดรว์ของฮิตาชินั้นไม่สอดคล้องกับความต้องการของผู้บริโภค ทำให้ไม่สามารถผลิตได้ทัน และจะเปิดตัวในระดับโลกในช่วงเดือนกรกฎาคมที่จะถึงนี้แทน

ซึ่ง John Osterhout ผู้บริหารของฮิตาชิ และดูแลผลิตภัณฑ์ไมโครไดวร์ทั่วโลกได้กล่าวว่า จากงบประมาณที่ทุ่มลงมานี้ จะทำให้กำลังการผลิตของไมโครไดรว์เพิ่มขึ้นเป็น 2 ล้านหน่วยต่อหนึ่งไตรมาส ขณะที่ในอดีตนั้นสามารถผลิตได้เพียง 200,000 หน่วย/ไตรมาสเท่านั้น

Osterhout กล่าวว่า ตลาดของไดรว์ขนาดเล็กซึ่งมีอยู่ไม่กี่บริษัทที่แข่งขันกันอยู่นี้มีการเติบโตเร็วมาก ต้องยกความดีให้กับแอปเปิ้ลที่ทำตลาดเครื่องเล่นเพลงดิจิตอล iPod ได้เป็นอย่างดี จนทำให้ไดรว์ 1.8 นิ้วของโตชิบา ที่บรรจุอยู่ใน iPod รุ่นออริจินอลและไดรว์ 1 นิ้ว ของฮิตาชิ จากมินิ iPod ขายดีเทน้ำเทท่าตามไปด้วย

“ไมโครไดรว์ของเราถูกเหมาจนเกลี้ยง ทันทีที่แอปเปิ้ลเปิดตัวเครื่องเล่น iPod” Osterhout กล่าวให้สัมภาษณ์

นอกจากนั้นไมโครไดรว์ของฮิตาชิยังได้รับความสนใจไปใช้ในเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลของค่าย Creative Technology ด้วย (Nomad MuVo MP3)

นอกจากไดรว์ขนาดเล็กจิ๋วแล้ว ฮิตาชิยังมีไดรว์ขนาดเล็กปานกลาง ใช้กับคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กด้วย นั่นก็คือไมโครไดรว์รุ่น Travelstar 2.4 นิ้ว และอีกรุ่นคือ Deskstar ขนาด 3.5 นิ้ว ใช้กับเดสก์ทอปพีซี ซึ่งทั้งสองตัวนี้ก็ผลิตจากโรงงานในประเทศไทยด้วยเช่นกัน

ข่าวดีสำหรับคนไทยก็คือ ในรายงานข่าวแจ้งว่า จะมีการจ้างแรงงานไทยเพิ่มอีกประมาณ 16,000 ตำแหน่งเพื่อรองรับการขยายกำลังการผลิตในครั้งนี้ด้วยนั่นเอง

ขอบคุณ ข่าวจากผู้จัดการออนไลน์

Recent blog