25 June 2005

มหา'ลัยเหมืองแร่/ มารยาท/ คนรวย/ โดนถีบ

วันนี้เรื่องราวเยอะแยะ เก็บมานานหลายวันแล้วไม่มีโอกาสเอามาถ่ายทอดซะที วันนี้(25/06/2005)วันเสาร์ วันสบายๆ เลยถือโอกาสรวบยอดเลยละกัน มหา'ลัยเหมืองแร่ เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย เนื่องจากดูมานานหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ได้ให้คะแนนเลยอ่ะ (เหมือนเคยนะ คะแนนนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล ไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้) ภาพรวมที่รู้สึกหนังมีความสนุกในระดับที่ดี แต่ตอนเริ่มต้นออกจะเนิบนาบเนิ่นนานไปนิด พอมากลางๆ เรื่องความกระชับ ความสนุกก็ยิ่งมากขึ้น นักแสดงโดยรวมแสดงได้ไม่เคอะเขิน ดูแล้วทำให้เชื่อได้ว่าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ให้คะแนนเลยละกัน มหา'ลัยเหมืองแร่ 7.5 ... มาว่ากันเรื่องซีเรียสบ้างดีกว่า หลายคนคงได้มีโอกาสได้ใช้บริการรถตู้สาธารณะ ที่วิ่งกันให้ทั่วไปในเมืองและรอบเมือง มีทุกที่ อนุสาวรีย์ฯ หมอชิด สายใต้ พาต้า รามคำแหง บางนา ฯลฯ มีกันเกือบทุกถนน แล้วสำหรับคนที่ใช้บริการรถขนส่งประเภทนี้ก็ต้องการความเร็ว ความสะกวดในการเดินทาง ไม่ต้องต่อรถ จอดน้อยป้าย ถึงเร็วดี แต่การใช้รถโดยสารประเภทนี้ก็ต้องทำใจ และมีมารยาทมากกว่ารถเมล์หรือรถปอ อยู่นิดหน่อย วันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่อง มารยาทเบื้องต้นในการใช้บริการรถตู้
  • หากต้องขึ้นรถที่ต้นทาง(คิว) ควรให้เกียรติสำหรับผู้ที่มาถึงก่อน เป็นผู้ที่ได้ขึ้นรถก่อน - ไม่ใช่ใครมาก่อนไม่สน กูอยู่ใกล้ประตูกว่ากูจะขึ้น - แบบนี้ไม่ดีแน่อาจถึงขั้นเขม่นกันได้ เอาเป็นว่าใครมาถึงก่อนได้ขึ้นรถก่อนนะครับ
  • หากมาถึงรถพร้อมกันก็ควรจะเอ่ยปากถามกันสักนิดว่า คุณอีกคนลงที่ไหน ใครลงก่อนกัน - อันนี้จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่อะไร แต่มันจะเป็นความสบายใจมากกว่า ใครลงไกลกว่า ขึ้นไปก่อน คนที่ลงใกล้ว่าจะได้ลง โดยไม่ต้องให้คนลงหลังต้องขยับตัวหลบให้
  • เมื่อขึ้นรถไปแล้วก็ควรทำตัวให้เรียบร้อย ไม่ใช่ขึ้นไปโทรศัพท์เสียงดังโวยวาย - ชีวิตจริงไม่ใช่โฆษณา dtac นะคร้าบ
  • ในการโดยสารรถตู้ควรจะจัดตัวเอง และสัมภาระให้อยู่ในพื้นที่ของตัวเองเท่านั้น (หมายถึงคุณมีสิทธิเต็มที่ 1 เบาะ) ไม่ควรจะเบียดเบียนคนอื่น เช่น เอากระเป๋าวางไว้ข้างตัว แล้วเขยิบมาเบียดคนที่นั่งข้างๆ - อันนี้ อาจจะโดนคนข้างๆ ด่าในใจว่า ทุกคนจ่ายเงินเท่ากัน แล้วทำไมต้องมาเบียดเบียนตูด้วยวะเนี่ย
  • ในการลงขึ้น-ลงรถ ประตูคือสิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ขึ้น-ลง คนสุดท้าย (ณ ตอนนั้น) ต้องให้ควรใส่ใจ ถ้าขึ้น-ลง แล้วต้องปิดประตูด้วย ไม่ใช่ลงไปแล้วก็สะบัดตูดเดินหนีไปเลย ให้คนที่นั่นตาปริบๆ อยู่ในรถเป็นคนปิดให้ - ลงก็ไม่ได้ลง ยังต้องมาปิดประตูให้อีก
  • ควรปิดประตูรถเบาๆ
เพียงเท่านี้บรรยากาศในรถตู้ก็คงจะดีขึ้น ไม่มากก็น้อย ... วันก่อนได้ไปคุยเรื่องเว็บไซต์ของทางราชการอยู่อันหนึ่ง (ทำเสร็จไปแล้ว) เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมระบบข่าวและ bad link เราก็เข้าไปคุยบอกว่า เราเตรียมไว้หมดแล้วแค่เพียงเค้าเปิดบริการ data base ก็สามารถใช้ได้ทันที แต่เนื่องจากหน่วยงานนี้ใช้บริการโฮสพรีของ สบทร. อยู่จึงต้องทำเรื่องประสานงานนิดหน่อย ถึงจะใช้งานได้ ระหว่างนั้นก็มีการคุยเรื่อง ระบบ server อันใหม่ที่ทางหน่วยงานคิดว่าจะใช้งานต่อในอนาคต server เดิม (สบทร.) เปิดระบบปฏิบัติการ (os) linux ซึ่งเป็น free software ส่วน server ใหม่ที่จะใช้บริการ (หน่อยงานนี้ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งดูแลอยู่) เป็น os microsoft windows 2003 (หรืออะไรประมาณนี้แหละจำไม่ได้ ขี้เกียจจำ) อธิบายก่อนอ่านต่อ linux สามารถทำงานร่วมกับ php, mysql อื่นๆที่เป็น open source ส่วน microsoft windows สามารถทำงานร่วมกับ asp, mssql และอื่นๆ ที่ linux ใช้ได้ แต่ต้องลง feature เพิ่มเติม เราได้จัดการทำเว็บให้หน่วยงานนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นระบบ php, mysql ซึ่งโดยหลักการน่าจะใช้ได้กับทุก server แต่ server ใหม่นี้ จากการพูดคุยเค้าบอกให้เราไปทำระบบใหม่ เพื่อใช้ได้กับ server ใหม่ เอาละครับ กลายเป็นงานใหญ่เลย สุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่า ในส่วนของเว็บไซต์นี้ ควรจะให้อยู่ในจุดเดิม (สบทร.) ดีที่สุด เพราะไม่ต้องเขียนโปรแกรมใหม่ และใช้งานได้ต่อเนื่องไปเลย แต่ที่เราติดใจ(นิดๆ) กับคำพูดของคนที่เราติดต่อประสานงานด้วย เค้าพูดประมาณว่าที่ สบทร. ใช้ linux แล้ว server ใหม่ใช้ microsoft windows เพราะ สบทร. ไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์หรอก - ประเด็นนี้ผมว่า มันไม่ใช่ไม่มีปัญญาหรอกครับ ผมว่าคนที่มีแต่เงินใช้ของลิขสิทธิ์ต่างๆ แต่ไม่มีปัญญาที่จะเอาของฟรีมาใช้ด้วยนี่มัน ไม่มีปัญญามากกว่านะ การใช้ของฟรี (linux) ไม่ใช่ไม่มีปัญญา แต่เป็นการลดต้นทุนและเป็นการสร้างความสามารถให้กับผู้ใช้งานได้มากกว่า อะไรๆ ก็ microsoft นี่หรือคนที่จะดูแลเว็บไซต์หน่วยงานราชการ ดีแต่หยิบข้อดีแต่ไม่บอกข้อเสีย มาฟันเงินเค้ามากกว่าละมั้ง ... ในสังคมทุกวันนี้ การพบปะผู้คน มากหน้าหลายตา การเข้าสังคมต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำ ยิ่งมี connection มากการใช้ชีิวตต่อไปก็จะง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้ไม่ยากนัก แต่วันก่อนผมโดนถีบออกมาจากสังคมที่ไม่อยากให้ผมเข้าไปใกล้... เค้าคงคิดว่าผมนี้ want จะเข้าไปหาเค้านักหนา เค้าก็มีสิทธิที่จะคิด เอาเป็นว่าตอนนี้ถ้าผมยังหน้าด้านเข้าไปในสังคมนั้นอีกก็คงจะลำบาก - แต่ยังไงเสียก็เป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่ง หรือเพียงแค่คนๆหนึ่งที่(พยายาม)ทำตัวเป็นผู้นำสังคมนั้น เป็นคนที่ผมคงจะลดความสำคัญของเค้าลงในที่สุด แต่คิดแล้วก็ขำ แค่ email ฉบับเดียวกับระบบห่วยๆ มันทำให้คนเราคิดไปได้ขนาดนั้น ผมก็คงต้องทำใจละนะ ^_^ ...