Skip to main content

เว็บไซต์ Goal.com รายงานว่า นายวิรัช ชาญพานิชย์ ผู้สมัครลงชิงตำแหน่งนายกสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ออกแถลงการณ์เพื่อชี้แจงเกี่ยวกับท่าทีของตัวเองและกลุ่ม “กลุ่มปฎิวัติฟุตบอลไทย" ซึ่งมีแนวร่วมล่าสุด 132 เสียง ในการเข้าร่วมประชุมใหญ่ของสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยเพื่อรับรองธรรมนูญใหม่ของฟีฟ่าเมื่อช่วงบ่ายวันนี้ว่ามติรับรองนั้นยังไม่สมบูรณ์เพราะมีอยู่ 2 ข้อที่สมาชิกส่วนใหญ่ขอให้มีการแก้ไขก่อน (อ่านรายละเอียดข้างท้าย) ข้อความในแถลงการมีดังนี้...

"เรียนเพื่อนสมาชิกและสื่อมวลชน ตามที่สมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ได้จัดการประชุมใหญ่พิเศษ เพื่อรับรองร่างข้อบังคับสมาคมฟุตบอลฯ ฉบับมาตรฐานธรรมนูญฟีฟ่า เมื่อวันที่ 9 สิงหาคม 2556 ซึ่งข้าพเจ้าได้เข้าร่วมประชุม และที่ประชุมได้เห็นชอบรับร่างข้อบังคับตามธรรมนูญฟีฟ่า โดยไม่รับรองข้อ 10 และ ข้อ 21 ของร่างข้อบังคับนั้น"

"ข้าพเจ้าขอเรียนว่า การรับร่างข้อบังคับ ดังกล่าวเป็นการรับแบบมีเงื่อนไข เนื่องจากสมาชิกส่วนใหญ่ ไม่รับรอง ข้อ 10 และ ข้อ 21 จึงเท่ากับว่าข้าพเจ้าและสมาชิกยังไม่ได้มีมติรับรองร่างข้อบังคับดังกล่าวทั้งฉบับ จนกว่าจะได้มีการประชุมลงมติรับรองร่างข้อบังคับของสมาคมฟุตบอลฯ ทั้งฉบับอีกครั้งหนึ่งจึงเรียนมาเพื่อทราบและโปรดเข้าใจตรงกัน" นายวิรัช ชาญพาณิชย์ 9 สิงหาคม 2556

วิรัช ชาญพานิชย์ ตัวแทนกลุ่มปฏิวัติฟุตบอลไทย ภาพจาก Goal.com

หมายเหตุ ร่างข้อบังคับลักษณะปกครองตามมาตรฐานฟีฟ่า 2 ข้อที่กลุ่มปฏิวัติฟุตบอลไทย ยังไม่รับรองนั้นประกอบด้วย ข้อ 10 ว่าด้วยเรื่องคุณสมบัติและสมาชิกภาพ และ ข้อ 21 ว่าด้วยเรื่องผู้แทนและการออกเสียงลงคะแนน

ร่างข้อบังคับลักษณะปกครองตามมาตรฐานฟีฟ่า 2 ข้อ ที่กลุ่มปฏิบัติฟุตบอลไทยขอให้แก้ไข

ข้อ 10 คุณสมบัติ และสมาชิกภาพ

  1. สมาชิกของสมาคมฯ คือ
    1. สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันในไทยพรีเมียร์ลีก
    2. สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันในดิวิชั่น 1
    3. สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลลีกภูมิภาค ดิวิชั่น 2
    4. ทีม หรือสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. ประเภท ค. และประเภท ง.
  2. นิติบุคคลใดมีความประสงค์จะเป็นสมาชิกของสมาคมฯ ให้ยื่นใบสมัครเป็นหนังสือต่อสำนักงานเลขาธิการของสมาคมฯ
  3. ใบสมัครจะต้องมีเอกสารดังต่อไปนี้แนบไปด้วย
    1. ข้อบังคับและระเบียบที่มีผลใช้ตามกฎหมาย 1 ชุด
    2. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่าจะปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบและมติของสมาคมฯ ฟีฟ่า และเอเอฟซี และมีผลบังคับว่าสมาชิก สโมสร เจ้าหน้าที่ และนักกีฬาของผู้สมัครจะต้องปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบและมติเหล่านี้ด้วย
    3. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่าจะปฏิบัติตามกติกาฟุตบอลที่กำลังบังคับใช้
    4. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่าจะยอมรับศาลอนุญาโตตุลาการกีฬาในโลซานตามที่ระบุไว้ในข้อบังคับนี้
    5. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่ามีตำแหน่งที่อยู่ และได้รับการจดทะเบียนในประเทศไทย
    6. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่าจะทำการแข่งขันเป็นทีมเหย้าภายในประเทศไทย
    7. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ที่ผู้สมัครประกันว่าจะสามารถตัดสินใจได้โดยอิสระไม่ขึ้นอยู่กับหน่วยงานภายนอกใดๆ
    8. รายชื่อเจ้าหน้าที่ โดยระบุตัวแทนที่มีอำนาจในการลงนามในสัญญากับคณะบุคคลที่สาม
    9. เอกสารแสดงเจตนารมณ์ว่าจะรับจัดหรือมีส่วนร่วมในการแข่งขันเพื่อมิตรภาพก็ต่อเมื่อได้รับความยินยอมจากสมาคมฯ ก่อนเท่านั้น
    10. รายงานการประชุมของที่ประชุมใหญ่ หรือการประชุมเกี่ยวกับระเบียบข้อบังคับครั้งล่าสุด 1 ฉบับ

ข้อ 21 ผู้แทนและการออกเสียงลงคะแนน

  1. ที่ประชุมใหญ่ประกอบด้วยผู้แทนจำนวน 72 คน จำนวนผู้แทนจัดสรรดังนี้
    1. สำหรับแต่ละสโมสรในจำนวน 18 สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันไทยพรีเมียร์ลีก – ผู้แทนสโมสรละ 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
    2. สำหรับแต่ละสโมสรในจำนวน 18 สโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันดิวิชั่น 1 – ผู้แทนสโมสรละ 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
    3. ผู้แทนสโมสรที่เข้าร่วมการแข่งขันลีกภูมิภาคดิวิชั่น 2 จำนวน 6 ภูมิภาค ซึ่งมีจำนวนทั้งสิ้น 84 สโมสร โดยคัดเลือกผู้แทนภูมิภาคละ 5 สโมนร จำนวนผู้แทนรวมทั้งสิน 30 คน – ผู้แทน 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
    4. สำหรับทีมที่เข้าร่วมการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. ประเภท ค. และประเภท ง.
      1. ทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภท ข. – ผู้แทนทีมละ 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
      2. ทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภท ค. – ผู้แทนทีมละ 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
      3. ทีมชนะเลิศ และรองชนะเลิศการแข่งขันชิงถ้วยพระราชทานประเภท ง. – ผู้แทนทีมละ 1 คน ออกเสียงลงคะแนนได้ 1 เสียง
  2. ผู้แทนจะต้องอยู่ในกลุ่มสมาชิกที่ตนเป็นตันแทนและได้รับการแต่งตั้งโดยคณะกรรมการที่ถูกต้องของกลุ่มสมาชิกนั้น ตัวแทนจะต้องมีหลักฐานพร้อมแสดงถ้าหากได้รับการร้องขอ
  3. ตัวแทนแต่ละคนของสมาชิกประเภทเดียวกันมีจำนวนเสียงในการออกเสียงลงคะแนนเท่ากันในที่ประชุมใหญ่ ตัวแทนที่อยู่ในที่ประชุมเท่านั้นที่จะออกเสียงลงคะแนนได้ การออกเสียงลงคะแนนโดยการมอบอำนาจหรือด้วยจดหมายไม่อนุญาตให้ปฏิบัติ
  4. สภากรรมการและเลขาธิการจะเข้าร่วมประชุมใหญ่ แต่ไม่มีสิทธิในการออกเสียงลงคะแนนขณะที่อยู่ในระยะเวลาดำรงตำแหน่งสภากรรมการจะต้องไม่ได้รับการแต่งตั้งให้เป็นตัวแทนของสมาชิก

ที่มา: goal.com