[Location Articles] กทม. ประกาศไล่รื้อชุมชนป้อมพระกาฬ 3 ก.ย. ชุมชนเตรียมเจรจาอีกครั้ง 17 ส.ค.

เว็บไซต์ ประชาไท รายงานว่า กรุงเทพมหานครได้ติดตั้งป้ายประกาศบริเวณด้านหน้าชุมชนป้อมมหากาฬ โดยเนื้อหาในประกาศระบุว่า จะทำการไล่รื้อในวันที่ 3 กันยายน 2559 เป็นต้นไป โดยเนื้อหาในประกาศมีความว่า

ตามที่กรุงเทพมหานครได้มีประกาศ ลงวันที่ 28 มีนาคม 2559 แจ้งขอความร่วมมือประชาชน ผู้อยู่อาศัยในบริเวณป้อมมหากาฬ ดำเนินการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่บริเวณป้อมมหากาฬ ภายในวันที่ 30 เมษายน 2559 เพื่อที่กรุงเทพมหานครจะได้เข้าพัฒนาพื้นที่จัดทำสวนสาธารณและอนุรักษ์โบราณสถานของชาติให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ของการเวนคืนตามพระราชกฤษฎีกากำหนดเขตที่ดินให้บริเวณพื้นที่ที่จะเวนคืนในท้องที่แขวงบวรนิเวศ เขตพระนคร กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2535 ประกอบคำพิพากษาศาลปกครองสูงสุดด มติคณะรัฐมนตรี พ.ศ.2545 ความเห็นคณะกรรมการกฤษฎีกา สำนักงานผู้ตรวจการแผ่นดิน สภาที่ปรึกษาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ แต่ปรากฏว่าชุมชนส่วนใหญ่ยังไม่ยอมทำการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างออกจากพื้นที่ ทั้งที่ได้รับเงินค่าทดแทนและค่าเสียหายต่างๆ ไปครบถ้วน พร้อมทั้งโอนกรรมสิทธิ์ในตัวอาคารให้กับกรุงเทพมหานครแล้ว

ดังนั้น เพื่อให้กรุงเทพมหานครสามารถดำเนินโครงการนี้ต่อไปได้ จึงขอแจ้งให้ทราบว่ากรุงเทพมหานครจะเข้าทำการรื้อย้ายสิ่งปลูกสร้างที่เจ้าของได้โอนกรรมสิทธิ์เป็นของกรุงเทพมหานครดังกล่าวข้างต้น ตั้งแต่วันที่ 3 กันยายน 2559 เป็นต้นไป จนกว่าจะแล้วเสร็จ หากผู้ใดมีความประสงค์จะขอให้กรุงเทพมหานครช่วยเหลือในการรื้อย้ายหรือขนย้ายหรือการจัดหาที่อยู่อาศัยแห่งใหม่ โปรดแจ้งสำนักงานเขตพระนครหรือกองจัดกรรมสิทธิ์ สำนักการโยธาเพื่ออำนวยความสะดวกต่อไป

ประกาศ ณ วันที่ 15 สิงหาคม 2559

หลังจากมีการติดป้ายประกาศของ กทม. ด้านเพจ ‘ชุมชนป้อมมหากาฬ’ ได้เผยแพร่ข้อความในเพจว่า

ขณะที่ชุมชนป้อมมหากาฬ ยังยืนยันแนวทางการบริหารจัดการพื้นที่ป้อมมหากาฬด้วยกระบวนการพัฒนาสวนสาธารณะบนฐานการมีส่วนร่วมของชุมชน เพื่อจะทำให้สวนแห่งนี้มีชีวิตชีวาเเละมีคุณค่าทั้งในเชิงประวัติศาสตร์และสังคมวัฒนธรรม

ส่วนประเด็นที่ กทม. อ้างถึง พรฎ.เวนคืน ปี พ.ศ.2535 ก็ดี คำพิพากษาศาลปกครองปี พ.ศ.2545 ก็ดี บันทึกคณะกรรมการกฤษฎีกา หรือใดๆ ก็ดีนั้น จากการประชุมร่วมกันหลายฝ่ายในหลายต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 9 สิงหาคมที่ผ่านมา เวทีคณะอนุกรรมการสิทธิชุมชนและฐานทรัพยากร คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ที่มีหน่วยงานต่างๆ ที่ กทม. ได้กล่าวอ้างถึงอำนาจนั้น ต่างเห็นพ้องกันว่า ความขัดแย้งดังกล่าวมีทางออกด้วยการทบทวนปรับแก้ข้อกฎหมายเฉพาะกรณีนี้โดยยึดหลักการเรื่องคุณค่าของพื้นที่แห่งนี้เป็นสำคัญ

ขณะที่ปัญหานี้มีทางออก แต่ กทม. กลับปฏิบัติการโดยไม่รับฟังความอย่างรอบคอบ รอบด้าน และตระหนักถึงความมีพลวัตรของชุมชน อันรวมทั้งคุณค่าของชุมชนในฐานะพิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต อันเป็นองค์ประกอบหนึ่งของคุณค่าและมูลค่าของชุมชนในเขตพื้นเก่าแห่งนี้

ท้ายที่สุดนี้ ชุมชนยังยืนยันว่าไม่ได้ขัดขวางการพัฒนาสวนแต่อย่างใด หากแต่ชุมชนพร้อมที่จะเป็นส่วนร่วมและเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาสวนเสมอ ....ที่เราจะพิสูจน์ให้สังคมเห็น

"ทั้งชีวิตเรา(กทม.)ดูแล"

คำกล่าวนี้ ยากเหลือเกินที่จะเชื่อถือหรือเชื่อมั่นได้

ทั้งนี้ ในวันที่ 17 สิงหาคม 2559 เวลา 14.00 น. จะมีการเปิดเวทีระหว่าง กทม. และชาวชุมชนป้อมมหากาฬ โดยมีนักวิชาการ นักกิจกรรม และภาคประชาสังคมในบริเวณเกาะรัตนโกสินทร์ร่วมด้วย เพื่อเจรจาหาทางออกอีกครั้งหนึ่ง

Did you like it?

No votes have been submitted yet.

ความคิดเห็น