เมื่อ ''สื่อ'' เสนอจำกัดเสรีภาพตัวเอง ?

13 October 2007
เมื่อช่วงกลางสัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าวการเสนอขยายอำนาจของกฎหมายมาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ให้ครอบคลุมถึงองคมนตรี และ การกำหนดให้สามารถระงับการเผยแพร่ข่าวสาร ในประมวลกฎหมายวิธิพิจารณาคดีอาญา โดยการเพิ่มมาตรา 14/1 ซึ่งเป็นเรื่องที่มีกระแสวูบวาบขึ้นมาอย่างมาก แต่หลังจากกระแสดังกล่าวรุนแรงจนทำให้บุคคลที่เกี่ยวข้อง ต้องออกมาพับเก็บโครงการนี้กันอย่างเร่งด่วน อ้างถึงข่าว: เสนอเพิ่มโทษกม.หมิ่น ขยายคลุมถึงองคมนตรี ประเด็นที่น่าคิด คือเรื่องการจำกัดการนำเสนอ/รับทราบ ข้อมูลข่าวสารที่เป็นจริงต่อสาธารณะ ว่ากำลังเกิดเหตุการณ์อะไรขึ้นบ้าง ซึ่งในที่นี้หมายถึง ป.วิอาญา มาตรา 14/1 จากที่เขียนถึงในย่อหน้าแรก คือการที่ศาลสามารถ "ห้ามมิให้โฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีไม่ว่าสื่อประเภทใด" แล้วถ้าไม่ให้นำเสนอข่าวสาร กระบวนการใต่สวน การพิจารณาคดี ประชาชนจะไม่มีสิทธิรับทราบข้อมูลใดๆ ทั้งสิ้น แต่หลังจาก สนช.ผู้ที่เสนอเรื่องดังกล่าวได้ทำการ ถอนเรื่องออกจากวาระการพิจารณาแล้ว แต่ยังมีความเห็นของผู้ที่เรียกว่า "สื่อมวลชน" ออกมาประกาศอย่างเสียงดังฟังชัดว่า เพื่อเป็นการปกป้องสถาบันอันเป็นที่รักของทุกคนในประเทศไทย ยินดีที่จะถูกจำกัดสิทธิในการนำเสนอข่าวสารดังกล่าว และจะทำอย่างเต็มที่ บทบรรณาธิการ หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ ฉบับวันที่ 11 ต.ค. 2550 (หลังจาก สนช.ถอนเรื่องดังกล่าวไปแล้ว 2 วัน) ได้เขียนไว้ตอนหนึ่งว่า "น่าตระหนกที่ สาระตามมาตรา 14/1 กลับถูกสื่อมวลชนไทยจำนวนหนึ่ง และนักสิทธิมนุษยชนบางคน พยายามเคลื่อนไหวคัดค้าน กล่าวประณาม สนช.กลุ่มที่นำเสนอร่างกฎหมายทั้ง 2 ฉบับ เพราะตีความว่า มาตรานี้เป็นการปิดกั้นเสรีภาพของสื่อในการนำเสนอข่าวสาร ทำให้ศาลมีอำนาจสั่งห้าม มิให้โฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีไม่ว่าสื่อประเภทใด ในฐานะสื่อมวลชนไทยเช่นกัน จำเป็นต้องสอบถามถึงเพื่อนร่วมวิชาชีพต่อการแสดงท่าทีดังกล่าวด้วยความเคารพว่า ท่านต้องการเสรีภาพ โฆษณาข้อเท็จจริง พฤติการณ์ต่างๆ การวิพากษ์วิจารณ์หรือความเห็นเกี่ยวกับคดีที่มีการกล่าวหาหรือฟ้องในความ ผิดต่อองค์พระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ จริงๆ น่ะหรือ หากเป็นเช่นนั้น ก็สมควรที่เข้าชื่อเปิดเผยตัวตนต่อประชาชน เพื่อบันทึกเป็นประวัติศาสตร์ของความเป็นนักต่อสู้เพื่อเสรีภาพให้ประจักษ์ เสรีภาพในการนำเสนอข่าวสารล้วนเป็นที่หมายปองของคนในวิชาชีพสื่อสารมวลชนทุกผู้คน หากแต่เสรีภาพนั้นย่อมมีขอบเขตข้อจำกัดด้วยจารีต ประเพณี หน้าที่ของพลเมืองในแต่ละสังคม หน้าที่ของคนไทย คือ ทำนุบำรุง ปกป้อง รักษาซึ่งสถาบันชาติ ศาสน์ กษัตริย์ หากเสรีภาพจะได้มาด้วยการสูญเสียซึ่งสิ่งหนึ่งสิ่งใดในสามสิ่งนี้ เราขอยืนหยัดคัดค้านอย่างสุดกำลัง" อ่านทั้งหมด : บทบรรณาธิการ นสพ.โพสต์ทูเดย์ วันที่ 11 ต.ค. 2550 - เสรีภาพสื่อ (Thank you, Google) คำถาม... - ตกลงเสรีภาพที่เราเรียกร้องมันมีขอบเขตด้วยหรือ (ตราบใดที่เรายังไม่ไปละเมิดเสรีภาพของบุคคลอื่น)? - ทำไมเรื่องที่เป็นข้อเท็จจริง ถึงไม่สามารถเผยแพร่ให้สาธาณะได้รับรู้? - ทำไมประชาชนไม่มีสิทธิที่จะรับรู้ว่าใครทำอะไรผิด แล้วถูกดำเนินการอย่างไรในกระบวนการทางกฎหมาย? คำถามเหล่านี้คงต้องถามกลับไปยัง หนังสืมพิมพ์โพสต์ทูเดย์ หลังจากที่ประกาศจุดยืนผ่านบทความดังกล่าว เรียบเรียงจาก: คอลัมน์ Hit & Run (จาก blogazine prachatai)