จะเชื่อใคร ต้องให้ศาลฯ พิสูจน์ กรณี ผู้ว่าฯ กทม. vs รถดับเพลิง

หน้า 3 หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 13 พ.ย. 2551 เขียนบทวิเคราะห์การเมืองในหัวข้อ "อภิรักษ์ สังเวยคมดาบ" เกี่ยวกับผลการสอบสวนขั้นต้นของ สองหน่วยงานสำคัญ ในการตรวจสอบการทุจริตของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง (ข้อความต่อไปนี้คัดลอกมาจากบทความดังกล่าว) ----- บทสรุปของคณะอนุกรรมการไต่สวนคดีรถดับเพลิงฯ ชุดที่นายนาม (ยิ้มแย้ม) ในฐานะประธาน คตส. ชุดใหญ่ ลงทุนโดดลงมารับหน้าเสื่อเป็นประธานคณะสอบชุดเล็ก และสรุปออกมาในรายงานของอนุกรรมการไต่สวนฯ หน้า 220 ตั้งแท่นเสนอ คตส.ชุดใหญ่ "ภายหลังจากที่ทราบข้อมูลว่ามีการทุจริต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 (นายอภิรักษ์) ก็ได้ขอให้กระทรวงมหาดไทยซึ่งเป็นเจ้าของงบประมาณในการจัดซื้อครั้งนี้ พิจารณาทบทวนการซื้อตลอดมา แต่ก็ได้รับคำชี้แจงยืนยันว่า การจัดซื้อครั้งนี้เป็นไปอย่างถูกต้องตามหลักเกณฑ์ทุกประการ อีกทั้งยังเร่งรัดให้ กทม.รีบเปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัท สไตเออร์ อยู่เสมอ จนในที่สุดเมื่อวันที่ 10 ม.ค. 2548 กทม.ก็ได้เปิดแอล/ซี ให้แก่บริษัท สไตเออร์ ดังนั้น การกระทำดังกล่าวของผู้ถูกร้องที่ 1 จึงถือเป็นการปฏิบัติตามสมควรแห่งฐานะแห่งตนอย่างเหมาะสมแล้ว" ลบชื่อ "อภิรักษ์" หลุดโผนาทีสุดท้าย ก่อนที่ คตส. จะหมดวาระไม่กี่อึดใจ ในขณะที่ผลการสอบล่าสุดของ ป.ป.ช. ที่ฟังธงกันออกมา โดยการแถลงของนายกล้าณรงค์ จันทิก กรรมการ ป.ป.ช. ระบุไปอีกทางว่า หลังนายอภิรักษ์เข้ารับตำแหน่งผู้ว่าฯ กทม. เมื่อวันที่ 6 กันยายน 2547 ได้รับข้อมูลว่า มีการทุจริตโครงการดังกล่าว และมีการร้องเรียนมาที่สำนักงาน ป.ป.ช. รวมทั้งมีการหารือในพรรคประชาธิปัตย์ ที่สำคัญยังพบว่าเอ็มโอยู ไม่ได้ส่งให้อัยการสูงสุดตรวจสอบ ซึ่งเป็นการปฏิบัติไม่ถูกต้อง แต่นายอภิรักษ์กลับไม่ดำเนินการตามสัญญา เพียงแต่ตั้งคณะกรรมการขึ้นมาพิจารณาตรวจสอบรายละเอียดการจัดซื้อเท่านั้น อีกทั้งการที่นายอภิรักษ์ขอให้กระทรวงมหาดไทยพิจารณาทบทวนการจัดซื้อตามโครงการนี้มาตลอด ย่อมแสดงให้เห็นว่า นายอภิรักษ์ทราบข้อเท็จจริงว่ามีข้อบกพร่อง ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่กลับอ้างว่าไม่มีอำนาจในการดำเนินการ รวมทั้งอ้างว่าถูกเร่งให้เปิดแอล/ซี ซึ่งคำกล่าวทั้งหมดไม่สามารถฟังได้ ป.ป.ช. กับ คตส. ขบเหลี่ยมกันจังๆ เลย แม้นาทีนี้จะยังไม่ชัดว่าสำนวนของใครถูก บทสรุปของใครผิด เพราะคำตอบสุดท้ายอยู่ที่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ----- * เอ็มโอยู คือ บันทึกความเข้าใจ หรือ Memorandum of Understanding หรือ MOU หรือ MoU * แอล/ซี คือ เลตเตอร์ออฟเครดิต (Letter of Credit, L/C) เป็นหนังสือยืนยันการชำระเงิน ที่ขอให้ธนาคารเป็นผู้ชำระค่าสินค้าให้ผู้ขายแทนผู้ซื้อ ทำให้ผู้ขายมั่นใจว่าจะได้รับเงินค่าสินค้าแน่นอน