โปรดเคารพเสียงของประชาชน

ผลการเลือกตั้งวันที่ 23 ธันวาคม 2550 พรรคพลังประชาชน ได้จำนวน ส.ส. มากที่สุด รวม 233 ที่นั่ง ตามมาด้วยพรรคประชาธิปัตย์ 165 ที่นั่ง พรรคชาติไทย 37 พรรคเพื่อแผ่นดิน 24 และ พรรครวมใจไทยชาติพัฒนา มัชฌิมาธิปไตย และ พรรคประชาราช ได้ ส.ส. 9, 7 และ 5 ตามลำดับ หลังจากนั้น พรรคพลังประชาชน ได้ร่วมกับ พรรคร่วมอีก 5 พรรค (ประชาราช, เพื่อแผ่นดิน, รวมใจไทยชาติพัฒนา, มัชฌิมาธิปไตย และ ชาติไทย รวม 315 เสียง) สนับสนุน นายสมัคร สุนทรเวช เป็นนายกรัฐมนตรี และให้พรรคประชาธิปัตย์ เป็นฝ่ายค้าน จนวันที่ 25 พฤษภาคม 2551 กลุ่มพันธมิตรฯ ได้ทำการชุมนุมและเคลื่อนมายังถนนราชดำเนิน และบุกเข้าไปในทำเนียบรัฐบาล เพื่อคัดค้านการแก้รัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 โดยหลังจากนั้นได้เพิ่มเป้าหมายของการชุมนุมเป็นการขับไล่นายกฯ สมัคร และ นายกฯ สมชายออกจากตำแหน่ง อย่างไม่มีกำหนด ความเป็นนายกฯ ของนายสมัคร สุนทรเวช ต้องสิ้นสุดลง เพราะคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญ ในวันที่ 9 กันยายน 2551 ด้วยข้อกล่าวหาขัดรัฐธรรมนูญ (ฉบับ พ.ศ. 2550) มาตรา 267 และ 182 วรรค 1 (7) ในความหมายเป็นลูกจ้างบริษัทเอกชน (รายการโทรทัศน์ ชิมไปบ่นไป และ ยกโขยง 6 โมงเช้า) คำตัดสินดังกล่าวทำให้นายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี เป็นอันต้องยุติการปฏิบัติหน้าที่ และเริ่มกระบวนการ คัดเลือก นายกฯ และรัฐบาลกันใหม่ (จำนวน ส.ส. ยังคงเท่าเดิม เพราะคำตัดสินไม่ได้ตัดสิทธิ์ทางการเมือง) วันที่ 18 กันยายน 2551 พรรคร่วมรัฐบาลตัดสินใจร่วมกันสนับสนุน นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ (รองหัวหน้าพรรคพลังประชาชน) ขึ้นรับตำแหน่ง นายกฯ ต่อจากนายสมัคร ล่าสุดวันที่ 2 ธันวาคม 2551 ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ยืนตามคำร้องของอัยการสูงสุด (ตามมติใบแดงของ กกต.) ให้ยุบพรรค และตัดสิทธิ์ทางการเมืองของพรรคพลังประชาชน พรรคชาติไทย และพรรคมัชฌิมธิปไตย จากคำตัดสินดังกล่าว มีผลกับจำนวน ส.ส. ภายในสภาผู้แทนราษฎร โดยคณะกรรมการบริการพรรคพลังประชาชนจำนวน 37 คน พรรคมัชฌิมาธิปไตย 29 คน และ พรรคชาติไทย 11 คน (รวม 77 คน) ต้องพ้นสภาพความเป็น ส.ส. ทำให้ตัวเลขอดีตพรรคร่วมรัฐบาลคงเหลือ 238 ส.ส. (อดีตสมาชิกพรรคพลังประชาชน 196) ซึ่งถ้าดูจากเหตุการณ์ทั้งหมด จำนวน ส.ส. ที่ลดลง ไม่ได้เกิดจากเสียงของประชาชนแต่อย่างได แต่หากเป็นผลจากกระบวนการอื่นที่ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับประชาชนเลย และจากข่าวการเมืองในช่วงวันที่ 6 ธันวาคม 2551 ในการจะรวมขั้วทางการเมือง โดยพยายามจะผลักดันนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ ให้เป็นนายกรัฐมนตรี คนต่อไป ด้วยคำกล่าวว่า หากพรรคร่วมรัฐบาลเดิม (พรรคพลังประชาชนเดิม) ได้กลับมาเป็นรัฐบาล พันธมิตรฯ และผู้คัดค้าน จะกลับออกมาชุมนุมอีกรอบอย่างไม่จบสิ้น หลายฝ่ายพยายามออกมาบอกว่า ต้องการให้บ้านเมืองสงบสุข และอยากให้ทุกฝ่ายยอมรับการตัดสินใจ แต่ดูเหมือนว่า ไม่มีใครยอมรับเสียงของประชาชนที่บอกเอาไว้ตั้งแต่ 23 ธันวาคม ปีที่แล้ว ว่าเขาต้องการให้ใครเป็นรัฐบาลกันแน่ จึงอยากขอเรียกร้องให้ นักการเมือง ผู้ที่สนับสนุนนักการเมือง ผู้ที่อยู่เบื้องหลัง มือที่มองเห็น และมือที่มองไม่เห็น บุคคล และสถาบันที่เกี่ยวข้องทั้งหมด โปรดเคารพการตัดสินของประชาชนด้วย! ข้อเสนอ ผมคิดว่าทางออกในตอนนี้ เพื่อเป็นการเคารพคำตัดสินของประชาชน (เมื่อ 23 ธันวาคม 2550) ควรให้อดีตพรรคร่วมรัฐบาลเดิมจัดตั้งรัฐบาล หลังจากนั้นให้ทำการยุบสภา เพื่อถามประชาชนอีกครั้ง ว่าเสียงส่วนใหญ่ต้องการใครเป็นรัฐบาลกันแน่ เป็นการถามเจ้าของประเทศที่แท้จริง ไม่ใช่ให้พันธมิตรฯ หรือกลุ่มผู้มีอำนาจเหนือการเมือง เป็นคนเลือกว่าใครควรเป็นรัฐบาล และหากพวกท่านยังดื้อดึงไม่เคารพเสียงตัดสินจากประชาชน ประเทศไทยจะได้รับการประนามจากชาวโลกอย่างแน่นอน
Did you like it?

No votes have been submitted yet.

ความคิดเห็น