โซเชียลมีเดียทำให้คนจำนวนมากเชื่อว่าไม่ต้องมีเว็บไซต์ก็ขายของได้ ซึ่งเป็นเรื่องจริง แต่คำว่า "ขายได้" กับ "ความน่าเชื่อถือ" เป็นคนละเรื่องกัน
ไม่ต้องคอยกังวลกับกติกาของคนอื่น
Facebook Instagram TikTok หรือแม้แต่ แพลตฟอร์มออนไลน์อื่นๆ เราไม่ได้เป็นเจ้าของ หากวันใดวันหนึ่ง เจ้าของแพลตฟอร์มมีการเปลี่ยนแปลงอัลกอริทึม หรือเปลี่ยนแปลงค่าธรรมเนียม ยอดขายของคุณอาจจะหายไปทันที หรือ ส่วนแบ่งกำไรที่น้อยลง
และหากวันไหนที่บัญชีของคุณถูกล็อก โดนแบน ข้อมูลธุรกิจของคุณที่ทำอยู่ก็จะหายไปด้วย มีคนโดนแบบนี้ในทุกปี และมักไม่มีทางกู้คืน
การมีเว็บไซต์ที่คุณเป็นเจ้าของจริงๆ ไม่มีใครมาเปลี่ยนแปลงกติการะหว่างทาง คุณสามารถกำหนดเงื่อนไขได้ด้วยตัวเองทั้งหมด
ลูกค้า ค้นหา Google ชื่อธุรกิจคุณ ก่อนตัดสินใจ
สิ่งที่คนส่วนใหญ่ทำก่อนซื้อของหรือใช้บริการ คือค้นหาใน Google ถ้าหาชื่อร้านคุณแล้วไม่เจออะไรเลย หรือเจอแค่ Facebook ที่อัปเดตไม่สม่ำเสมอ สัญญาณที่ส่งออกไปคือ ธุรกิจนี้มีความน่าเชื่อถือมากน้อยแค่ไหน เว็บไซต์ที่มีข้อมูลครบถ้วนเ จะปลี่ยนความรู้สึกนั้นได้ทันที
โซเชียลมีเดียไม่ได้ออกแบบมาให้แสดงข้อมูลครบ
ราคา, สเปค, ขั้นตอนการสั่งซื้อ, เงื่อนไข, คำถามที่พบบ่อย ของพวกนี้ใส่ใน Facebook ได้ แต่มันกระจัดกระจาย หาลำบาก ระบบค้นหาไม่เป็นระบบ และดูไม่เป็นมืออาชีพ
เว็บไซต์ทำให้คุณจัดข้อมูลได้ตามที่ลูกค้าต้องการอ่าน ลูกค้าที่ได้ข้อมูลครบก่อนติดต่อ นำไปสู่การปิดการขายง่ายกว่า
Google Ads และ SEO ทำงานได้เต็มประสิทธิภาพเมื่อมีเว็บไซต์
ถ้าคุณอยากยิงโฆษณา Google หรืออยากให้คนเจอธุรกิจคุณตอนค้นหา คุณต้องมีเว็บไซต์ แพลตฟอร์มโซเชียลอนุญาตให้ยิงโฆษณาได้ แต่ขอบเขตและการเก็บข้อมูลลูกค้าทำได้น้อยกว่ามาก
เว็บไซต์ที่มี pixel, analytics และ landing page ที่ดีทำให้เงินโฆษณาทุกบาทคุ้มค่ากว่า
โดเมนที่อยู่มานานสร้างความน่าเชื่อถือโดยอัตโนมัติ
Google และลูกค้าต่างให้ความสำคัญกับอายุของเว็บไซต์ โดเมนที่จดทะเบียนมา 3-5 ปีขึ้นไปส่งสัญญาณว่าธุรกิจนี้ไม่ได้เพิ่งผุดขึ้นมาแล้วก็หายไป มันยังอยู่ ยังทำงานอยู่ และน่าจะไปต่อได้
ในทางเทคนิค Google ใช้อายุโดเมนเป็นหนึ่งในปัจจัยของ SEO ยิ่งจดมานานและมีกิจกรรมบนเว็บสม่ำเสมอ ยิ่งมีโอกาสติดอันดับค้นหาได้ดีกว่าคู่แข่งที่เพิ่งเริ่ม
ชื่อโดเมนเว็บไซต์ การจดทะเบียนขั้นต่ำ 1 ปี ในราคาไม่กี่ร้อยบาท แต่ทุกปีที่ผ่านไปมันสะสมความน่าเชื่อถือให้ธุรกิจโดยที่คุณไม่ต้องทำอะไรเพิ่ม
ตอบคำถามที่พบบ่อยเรื่องค่าใช้จ่าย
หลายคนอาจยังกังวลเรื่องเหล่านี้

ค่าทำเว็บในครั้งแรกแพงแค่ไหน?
ขึ้นอยู่กับขนาดและความซับซ้อน เว็บไซต์สำหรับธุรกิจขนาดเล็ก เช่น เว็บแนะนำร้าน + ติดต่อ + แกลเลอรี เริ่มต้นได้ในหลักหมื่นต้นๆ และโดยส่วนมากการทำเว็บไซต์จะเป็นการจ่ายครั้งเดียวจบ แต่ถ้าต้องการระบบอีคอมเมิร์ซหรือฟีเจอร์เพิ่มก็ราคาสูงขึ้นตามจริง
ค่าโดเมนและโฮสต์ต่อปีเท่าไหร่?
ต้องแบ่งออกเป็น 2 ส่วน (1) โดเมน และ (2) โฮสต์ หรือ เซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูล
ค่าจดทะเบียนโดเมนปีละ 300-700 บาท แล้วแต่ผู้ให้บริการ และ dot domain ที่เลือกใช้
ส่วนโฮสต์ หรือเซิร์ฟเวอร์เก็บข้อมูล เริ่มต้นเดือนละ 500 บาท หรือ ปีละ 6,000 บาท สำหรับเว็บขนาดเล็ก รวมแล้วเฉลี่ยต่อเดือน อาจจะยังไม่ถึงค่าโฆษณาใน Facebook หนึ่งเดือน
หรือถ้าอยากได้เว็บไซต์อีคอมเมิร์ซเต็มระบบ อาจจะไปสมัครก็ผู้ให้บริการที่มีระบบร้านค้า และระบบชำระเงิน และจ่ายค่าบริการเป็นรายเดือน
ต้องดูแลรักษามากแค่ไหน?
ปัจจุบัน เทคโนโลยี การสร้างเว็บไซต์มีมากมาย เครื่องมือ AI หลายตัว สามารถสร้างหน้าเพจเว็บไซต์ พร้อมใช้งาน เพียงนำไฟล์โค้ดไปอัปโหลดใส่ในโฮสต์ก็พร้อมใช้งานได้ทันที
แต่หากต้องการอัปเดทเนื้อหาในเว็บไซต์อย่างต่อเนื่องสม่ำเสอ อาจต้องวางแผนในโครงสร้างเว็บเพื่อรองรับการเพิ่มเนื้อหาในอนาคต
หรือถ้าต้องการความสะดวก ไม่ต้องกลับไปแก้ไขไฟล์โค้ดทุกครั้ง แนะนำให้ใช้ระบบจัดการเนื้อหา Content Management System (CMS) ที่สามารถลล็อกอินในเว็บเบราว์เซอร์ แล้วเพิ่มข้อความได้จากที่ไดก็ได้ ไม่ต้องแก้ไขโค้ดระบบ
ต้องมีคนคอยดูแลเต็มเวลาไหม?
โดยส่วนใหญ่ เว็บทั่วไป ไม่ต้องการคนดูแลตลอดเวลา แค่มีคนประสานงานเมื่อต้องการอัปเกรด เปลี่ยนแปลงโครงสร้างของเว็บไซต์ หรือกรณีมีปัญหาใช้งานไม่ได้ก็เพียงพอ
บทสรุป
ในมุมมอง โซเชียลมีเดียเปรียบเหมือนเป็นร้านค้าสาขาย่อย ลูกค้าที่ผ่านมาพบเห็น ก็สามารถแวะซื้อสินค้าได้ทันที แต่หากมีเว็บไซต์ที่เปรียบเสมือนเป็นสำนักงานใหญ่ (Headquarter) ไม่ว่าจะมีร้านค้าของตัวเองขนาดใหญ่ หรือมีแค่สำนักงาน เป็นสิ่งบอกว่าธุรกิจนี้มีตัวตนจริง มีที่อยู่โดเมนเป็นของตัวเอง และมีความน่าเชื่อถือพอที่จะไว้ใจได้
- Log in to post comments