Skip to main content

จากคนขาดจิตสำนึก 20+ ล้านคัน สู่คนไทยทั่วประเทศ

จากโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาล ทักษิณ 2/1 คิดได้ในช่วงต้นเดือน(มิ.ย.)ที่ผ่านมา มองสะท้อนออกมาได้หลายมุม มุมตื้นๆ ก็คือช่วยกันลดใช้พลังงาน เพื่อช่วยให้ประเทศไทยประหยัดเงินในการจัดซื้อพลังงานจากต่างประเทศ โดยในสปอตโฆษณา(บางตัว) ได้อ้างอิงถึง ตัวเลขขาดดุลการค้า กับต่างประเทศ ซึ่งสิ่งหนึ่งที่ทำให้ตัวเลขการส่งออกน้อยกว่าการนำเข้า นั่นคือการนำเข้าพลังงานนั่นเอง และพลังงานที่ว่าก็คือน้ำมันเกือบทั้งหมด ส่วนในมุมมองกลับกัน นี่คือสิ่งที่รัฐบาลได้คิดนั้นเป็นเพียงการแก้ปัญหาที่ปลายเหตุ หลังจากละเลยการประหยัดการใช้นำมันของคนที่มีรถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน (ตัวเลข ณ สิ้นปี 47) มาแล้ว 6-8 เดือน ((รัฐบาล ทักษิณ ให้ความสำคัญกับตัวเลข ประเภท(เศรษฐกิจ)นี้มาก ถึงขั้น sensitive กับการขึ้นลงของตัวเลขเพียงน้อยนิด เพราะได้ประกาศออกไปแล้วว่าสิ้นปีจะมีตัวเลข GDP เป็นเท่าไหร่(หากไม่เป็นดังเป้าถือว่าเสียหน้า) ทำให้ต้องหากลยุทธในการผลักดันให้เป็นไปตามที่ได้กำหนดไว้)) หากกล่าวถึงสาเหตุที่ทำให้มีการนำเข้าพลังงานมากจนผิดปกติ ทำให้ตัวเลขมันผิดไปจากปกติมากเกินไป สิ่งหนึ่งมาจากนโยบายด้านราคาน้ำมันภายในประเทศเมื่อประมาณ 6-8 เดือนที่แล้ว โดยครั้งนั้นราคาน้ำมันในตลาดโลกถีบตัวสูงขึ้นเกินกว่าปกติ แต่รัฐบาลทักษิณ ได้นำเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงานฯ ไปสำรองจ่าย เพื่อให้ราคาน้ำมันภายในประเทศไม่ปรับตัวไปตามกระแสโลก (จริงอยู่การประคับประคองราคาน้ำมันภายในประเทศเป็นสิ่งจำเป็น - แต่ไม่ควรสำรองจ่ายส่วนต่างเป็นเวลานาน) ซึ่งในช่วงนั้นเป็นช่วงโค้งสุดท้ายของการเลือกตั้ง ของรัฐบาล ทักษิณ 1 ราคาน้ำมันจึงถูกใช้เป็น ส่วนหนึ่งในกระบวนการหาเสียง - และสุดท้ายก็ไม่สามารถอุดหนุนได้ตลอด ต้องปล่อยลอยตัวในที่สุด จากนโยบายดังกล่าวทำให้ประชาชนคนไทย - เน้นว่า ผู้ที่มีรถยนต์(ทุกประเภท) - ได้ใช้น้ำมันในราคาที่ภาครัฐได้ทำการอุดหนุนไม่ให้ราคาแพง (ตามราคาตลาดโลก) ได้เคยตัวกับการใช้น้ำมันราคาถูก โดยที่ไม่สำนึกว่าจริงๆแล้ว รัฐบาลนำเงินภาษีของประชาชนไปใช้อุดหนุนเพื่อให้ราคาน้ำมันไม่แพงตามความเป็นจริง หลังจากนั้นเมื่อราคาในตลาดโลกทำท่าว่าจะไม่กลับเข้าสู่สภาวะปกติ (ราคาน้ำมันไม่ลง) รัฐบาลหมดเงินไปกับการอุดหนุนมากมายหลายแสนล้านบาท ทำให้ในที่สุดต้องปล่อยให้ราคาน้ำมันภายในประเทศลอยตัวตามสภาพจริง (หลังจากการเลือกตั้งผ่านไปเรียบร้อยแล้ว) และล่าสุดโครงการรวมพลังไทย ลดใช้พลังงาน ที่รัฐบาลได้คิดขึ้นนี้ เป็นอีกทางหนึ่งที่รัฐบาล PR นักหนาว่าจะช่วยอนุรักษ์พลังงานได้หลายล้านบานเช่นกัน - จากคำโฆษณา เผยปิดไฟแค่ 5 นาที ประหยัด 1.18 แสนบาท หากร่วมปิดไฟเป็นเวลา 1 ปีจะประหยัดพลังงานได้ 43 ล้านบาท - แล้วไอ้ที่เสียไปแล้วกว่า 2,000 ล้านบาทนั้น (ตัวเลขเฉพาะในช่วง ม.ค.-เม.ย. 48) มันจะหักลบกันได้หรือไม่ - จริงอยู่การประหยัดพลังงานไม่ใช่เรื่องเสียหาย หากทุกคนร่วมมือกัน - และถามว่าถ้าเกิดไม่ทำตามกระแส (โดยเฉพาะคนที่ไม่ได้ใช้รถยนต์ส่วนตัว) จะถือว่าเป็นพวกไม่รักชาติได้หรือไม่ - ตอบได้เลยว่า คนละเรื่องกัน จากการคิดโครงการครั้งนี้ ในมุมมองคิดว่าเป็นเสมือนกับ การโยนความรับผิดชอบให้กับคนไทยทุกคนโดยถ้วนหน้า จากความไร้สำนึกของคนใช้รถยนต์ส่วนตัว 20+ ล้านคัน โครงการรณรงค์ปิดไฟ - อาจจะเป็นเรื่องไร้สาระ - ถ้ายังใช้น้ำมันแบบไม่มีจิตสำนึก

ผักชีโรยหน้า ^_^

วันนี้ที่บ้านมีมหกรรมผักชีโรยหน้าขนานใหญ่ มีแขกมาเยี่ยมบ้านถึงสองชุด ชุดแรกไม่เท่าไหร่ไม่ค่อยสนิทกันมาก เพื่อนพ่อสมัยก่อนกลับมาจากเมืองนอก มาเยี่ยมบ้าน ส่วนชุดที่สองเป็นญาติสนิทกัน ที่บ้านเลยต้องรีบหาผักชีกันใหญ่ อิอิ หลังจากไม่ได้กินผักชีมานาน ถ้ามีคนมาเยี่ยมบ้านบ่อยๆ บ้านคงเรียบร้อยกว่านี้เยอะเลย ^_^ เมื่อคืนได้ดูรายการถึงลูกถึงคนย้อนหลัง เค้าเชิญตัวแทนบริษัทน้ำมันมาพูดคุยกันเกี่ยวกับราคาน้ำมันในปัจจุบัน เค้าบอกว่าราคาน้ำมันตอนนี้ดีเซลแพงกว่าเบนซิลเสียอีก แถมยังบอกว่าอีกว่า สถาบัน(อะไรสักอย่าง) บอกว่าให้ทุกประเทศทั่วโลก ยกเลิกมาตรการ อุ้มราคาน้ำมัน เพราะถ้ายังอุ้มต่อไปอาจจะทำให้เศรษฐกิจ

ดีเซลขึ้นราคาครั้งเดียว 3 บาท

หลังจากที่คณะรัฐมนตรี มีประกาศขึ้นค่าน้ำมันดีเซล ทีเดียว 3 บาท หลังจากอั้นมานานตั้งแต่ก่อนเลือกตั้ง จริงๆ แล้วควรจะปล่อยให้แต่ลอยตัวตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว แต่รัฐบาลชุดที่แล้วกลัวว่าจะกระทบการเลือกตั้ง สส.ทั้วประเทศ จึงหาเงินจากกองทุนอนุรักษ์พลังงาน เอามาชดเชยอยู่นาน (ทำให้ตอนนี้เงินในกองทุนอนุรักษ์พลังงานหมดแล้ว) ทำให้ต้องปล่อยลอยตัวซะงั้นเลย หลังจากประกาศออกมาปุ๊บ ปั้มน้ำมันก็วุ่นวายปั๊บ ตอนกลางวันไม่ค่อยจะปั่นป่วนสักเท่าไหร่ (วันนี้ไปทำงานตอนบ่ายไม่ได้สังเกตเพราะรีบบึ่งไปทำงาน อิอิ) แต่ตอนหัวค่ำขี่รถกลับบ้าน แวะเติมน้ำมันปั้มเชลล์ ตอนแรกก็คิดว่าปั้มปิดรึเปล่า? เพราะเค้าดับไฟส่วนใหญ่ในปั้ม เปิดแค่สลัวๆ แต่พอบอกจะเติมเบนซิน เด็กปั้มบอกมี ก็เติมซะ 50 บาท (เยอะป่ะ) พอเติมเสร็จขี่มาสักพักเจอปั้มเอสโซ่ มีรถต่อคิวเข้าใช้บริการยาวเลย (ส่วนใหญ่เป็นรถกระบะ) คงรีบเติมเพื่อประหยัด ลิตรละ 3 บาท ถ้าจะต้องเติมวันพรุ่งนี้ บรรยากาศการทำงานวันนี้ ปกติราบรื่น ปนง่วงหงาวหาวนอน ตลอดทั้งวัน ... ^_^ วันนี้ไม่มีไรทำเห็นสายต่างๆ ที่เสียบกับ PowerBook ที่ใช้อยู่ประจำ เลยถ่ายมาดูเล่นๆ ไล่มาตั้งแต่สายแรก - สาย Power ที่ต่อจาก Adapter ช่องที่สอง - โมเด็ม แต่ไม่ได้เสียบ ช่องที่สาม - เสียบสายแลนต่อกับ ADSL Router ช่องที่สี่ - สาย FireWire ชาร์ตใช้สำหรับชาร์ตและโอนข้อมูลกับ iPod ช่องที่ห้า - ช่องนี้เสียบ USB Mouse ช่องที่หก - อันนี้เป็น HardLock สำหรับ TSP ใช้ช่วยให้โปรแกรมตระกูล Adobe สามารถใช้ภาษาไทยได้อย่างสมบูรณ์ ส่วนภาพต่อไปนี้ ไม่ได้ถ่ายวันนี้ แต่ถ่ายไว้หลายวันแล้ว แต่ลืมเอามาแปะ วันนี้ไปเดินเล่นคาร์ฟูช่วงสามทุ่มกว่า คนเริ่มน้อย รถเข็นจอดเรียงกันเต็มหลังจากโดนใช้งานกันมาทั้งวัน ข่าว ...
  • เอเอฟพีฟ้องกูเกิลเรียกค่าเสียหาย 17.5 ล้านดอลลาร์ กรณีกูเกิลนำเอาหัวข้อข่าว ภาพข่าว และสรุปข่าวมาเผยแพร่โดยไม่ได้รับอนุญาต
  • นายกฯให้สัมภาษณ์ เรื่องแต่งตั้งนายเสนาะให้ดำรงตำแหน่ง ประธานกิติมศักดิ์วิปรัฐบาล ที่มีเรื่องกันเมื่อวันก่อน ว่าโดนคุณหญิงพจมานติติงมา
  • สมาคมผู้ประกอบการรถขนส่ง ขอขึ้นราคาค่าโดยสารรถทัวร์ขึ้น กิโลเมตรละ สี่สตางค์
  • คณะกรรมการพิจารณาการนำเบียร์ช้าง เข้าตลาดหลักทรัพย์ เลื่อนการพิจารณาออกไปอย่างไม่มีกำหนด

ปฏิบัติการ 3 ขั้น เพื่อประหยัดน้ำมัน

หนทางที่จะทำให้ผู้ใช้รถ จ่ายเงินค่าน้ำมันได้ลดน้อยลง ก็คือการประหยัดน้ำมัน โดยใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ขณะนี้ภาวะราคาน้ำมันมีการผันผวนตลอดเวลา อีกทั้งยังมีแนวโน้มที่จะขยับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะส่งผลให้รัฐและผู้ใช้รถต้องแบกรับภาระราคาน้ำมันที่แพงขึ้นอีก ดังนั้นหนทางที่จะทำให้ผู้ใช้รถจ่ายเงินค่าน้ำมันได้ลดน้อยลง ก็คือการประหยัดน้ำมัน โดยใช้ให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด สนพ.จึงมีแนวทางการปฏิบัติ 3 ขั้น มาแนะนำเพื่อช่วยให้ผู้ใช้รถประหยัดน้ำมันได้ ดังนี้ ปฏิบัติการขั้นที่ 1 "ขาดรถไม่ได้" การปฏิบัติขั้นที่ 1 สำหรับผู้ที่จำเป็นต้องใช้รถทุกวัน มีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
  • วางแผนก่อนเดินทาง โดยหลีกเลี่ยงการเดินทางในวันและช่วงเวลาที่มีผู้ใช้รถเป็นจำนวนมาก ๆ เพราะหากรถติดอยู่กับที่นาน 30 นาที จะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมัน 750 ซี ซี. คิดเป็นเงิน 13.50 บาท (18 บาท/ลิตร) นอกจากนี้ยังทำให้เสียเวลาด้วย
  • ตรวจเช็คลมยาง สิ่งสำคัญสำหรับรถ คือ ยาง ก่อนใช้รถควรตรวจเช็คว่ายางสึกหรอถึงระดับต้องเปลี่ยนหรือยัง และควรเติมลมยางให้เหมาะสมตามที่กำหนด เนื่องจากยางสึกหรอหรือลมอ่อนจะทำให้การทรงตัวของรถไม่ดี และสิ้นเปลืองน้ำมัน และหากความดันลมยางต่ำกว่ามาตรฐานทุก 1 ปอนด์ต่อตารางนิ้วจะทำให้สิ้นเปลืองน้ำมันเพิ่มขึ้น 2 % เช่น ยางขนาด 195 มิลลิเมตร (มม.) ควรเติมลมยางขณะไม่บรรทุก 26 ปอนด์ และยางขนาด 205-235 มม. ควรเติมลมยางขณะไม่บรรทุก 26-29 ปอนด์ เป็นต้น
  • เป่าไส้กรองอากาศ การทำความสะอาดไส้กรองอากาศทุกๆ 2,500 กม./ชม. หรือทุก ๆ 2-4 สัปดาห์ เพราะถ้าไส้กรองอากาศไม่สะอาดแล้ว จะทำสิ้นเปลืองน้ำมัน วันละ 65 ซีซี.
  • ขับรถด้วยความเร็วที่เหมาะสม การไม่ขับรถเร็วจนเกินไป ไม่แซงโดยไม่จำเป็น จะประหยัดได้ประมาณ 20% สำหรับอัตราความเร็วที่เหมาะสมในการประหยัดน้ำมันได้มากที่สุดคือ 60-80 กม./ชม. และความเร็วสูงสุดที่กฎหมายกำหนดไว้สำหรับทางธรรมดา คือ 90 กม./ชม. บนทางด่วน 110 กม./ชม.และบนทางมอเตอร์เวย์ 120 กม./ชม.
  • บรรทุกของเท่าที่จำเป็น จะช่วยประหยัดได้ประมาณ 15% หากขับรถโดยบรรทุกของที่ไม่จำเป็นประมาณ 10 กิโลกรัม เป็นระยะทาง 25 กิโลเมตร จะสิ้นเปลืองน้ำมัน 40 ซีซี.
ปฏิบัติการขั้นที่ 2 "ลดใช้รถ" การปฏิบัติการขั้นที่ 2 สำหรับบ้านที่มีรถหลาย ๆ คัน หรือ เพื่อนบ้านที่เดินทางไปทำงานเส้นทางเดียวกัน หรือที่หมายใกล้กันมีข้อควรปฏิบัติ ดังนี้
  • ทางเดียวกัน...ไปด้วยกัน (Car Pool) เวลาไปไหนมาไหนที่หมายเดียวกัน ทางผ่าน หรือใกล้เคียงกัน ควรไปรถคันเดียวกัน ซึ่งเป็นวิธีที่ช่วยแก้ปัญหารถติดได้ นอกจากนี้ยังช่วยทำให้เราเพลิดเพลิน ช่วยให้ครอบครัวอบอุ่น และมีเพื่อนคุยตลอดการเดินทางด้วย
  • ลดการใช้รถยนต์ส่วนตัว ในบางวันที่ไม่อยากขับรถ หรือไม่มีความจำเป็นต้องใช้รถส่วนตัวมาทำงาน ก็เปลี่ยนมาใช้รถบริการรถสาธารณะบ้าง... ในบางวัน เช่น รถโดยสารประจำทาง หรือรถเมล์ ซึ่งเป็น รถสาธารณะที่ประหยัดที่สุด เรือโดยสาร รถไฟ รถไฟฟ้า และรถไฟฟ้าใต้ดินซึ่งประโยชน์ที่ได้ ก็คือ ช่วยประหยัดค่าน้ำมัน ประหยัดค่าบำรุงรักษารถยนต์ ลดมลพิษทางอากาศ และที่สำคัญช่วยทำให้การจรติดขัดน้อยลง
ปฏิบัติการขั้นที่ 3 "ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนเดินทาง" ปฏิบัติการขั้นที่ 3 ใช้การสื่อสารแทนการเดินทางไปติดต่องานด้วยตนเอง มีข้อควรปฏิบัติดังนี้
  • ใช้อุปกรณ์สื่อสารแทนการเดินทาง เพราะโลกการสื่อสารในปัจจุบันนับว่ารวดเร็วและสะดวกมาก ดังนั้นการติดต่อกันทางโทรศัพท์ โทรสาร ไปรษณีย์ อินเตอร์เน็ต จดหมายอิเลกโทรนิกส์ (E-mail) หรือการใช้บริการส่งเอกสารแทนการเดินทางจะช่วยให้ประหยัดน้ำมัน และประหยัดเวลาไปได้มากทีเดียว
แนวทางการปฏิบัติทั้ง 3 ขั้น หากผู้ใช้รถนำไปปฏิบัติได้อย่างน้อย 1 ขั้น ก็จะช่วยลดภาระการจ่ายค่าน้ำมันลงได้ นอกจากนี้ยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าตัวเอง และประหยัดเงินให้ประเทศชาติอีกด้วย

รถคุณใช้แก๊สโซฮอล์ ได้หรือไม่?

จากสถานการณ์ ราคาน้ำมันโลกทุกวันนี้ นับวันจะสูงขึ้นเรื่อยๆ จากปัจจัยหลายๆ อย่าง (ดูจากข่าวต่างประเทศก็พอจะรู้) ทำให้ราคาปลีกน้ำมันภายในประเทศ มีผลกระทบโดยตรง ทำให้ผู้ที่จำเป็นต้องใช้น้ำมัน ต้องหาพลังงานทดแทนที่มีราคา ที่ไม่แพงจนเกินจะรับไหว แก๊สโซฮอล์ ก็เป็นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับ คนที่ใช้น้ำมันเบนซิน ออกเทน 95 แก๊สโซฮอล์ คืออะไร "แก๊สโซฮอล์" เป็นน้ำมันเชื้อเพลิงที่ได้ จากการผสมระหว่าง เอทานอล หรือที่เรียกว่า เอทิลแอลกอฮอล์ (Ethyl Alcohol) ซึ่งเป็น แอลกอฮอล์ บริสุทธิ์ 99.5% โดยปริมาตร ผสมกับน้ำมันเบนซินไร้สารตะกั่วออกเทน 91 (ชนิดที่มีคุณสมบัติบางตัวต่างจากเบนซิน 91 ที่จำหน่ายอยู่ในปัจจุบัน) ในอัตราส่วนเบนซิน 9 ส่วน เอทานอล 1 ส่วน จึงได้เป็นน้ำมันแก๊สโซฮอล์ ออกเทน 95 ที่มีคุณสมบัติเป็นไปตามข้อกำหนดของกรมธุรกิจพลังงานกระทรวงพลังงาน การผสมแอลกอฮอล์ลงในน้ำมันเบนซิน เป็นในลักษณะของสารเติมแต่งปรับปรุงค่า Oxygenates และออกเทน (Octane) ของน้ำมันเบนซิน ซึ่งสามารถใช้ทดแทนสารเติมแต่งชนิดอื่นที่นิยมใช้ในปัจจุบัน คือ Methyl-Tertiary-Butyl-Ether (MTBE) อนึ่ง เอทานอล หรือ เอทิลแอลกอฮอล์ เป็น แอลกอฮอล์ ที่ได้จากการแปรรูปจากพืชจำพวกแป้งและน้ำตาล เช่น อ้อย ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง ฯลฯ มาดูกันสิว่า รถยี่ห้อไหน รุ่นไหน ใช้แก๊สโซฮอล์ได้บ้าง
  • TOYOTA :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • AUDI :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • VOLKWAGEN :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • PEUGEOT :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • CITROEN :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • SKODA :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • SEAT :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
  • KIA :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1995 ไม่แนะนำให้ใช้
  • VOLVO :
  • S40 2.0, 2.0T, 2.0T4 ใช้ได้ V40 2.0, 2.0T, 2.0T4 ใช้ได้ S60 2.0T, 2.3T ใช้ได้ S80 2.3T, 2.9 ใช้ได้ V70 2.3T ใช้ได้ XC70 2.3T (V70XC) ใช้ได้ XC90 2.5T, 2.9T ใช้ได้
  • BENZ :
  • ทุกรุ่นตั้งแต่ปี 1986 (ที่เป็นแบบหัวฉีด) ใช้ได้
  • HYUNDAI :
  • ทุกรุ่น ใช้ได้ ... อันนี้สุดยอด ...
  • CHEVROLET :
  • Zafira 1.8GL, 1.8CD, 2.2 CDX, 2.2LT, 2.2ST ใช้ได้
  • OPEL :
  • Corsa-B C12NZ, C14NZ, X16XE ไม่แนะนำให้ใช้ Astra-F C16SE, X16XEL, C18XE ไม่แนะนำให้ใช้ Vectra-A C20NE ไม่แนะนำให้ใช้ Vectra-B X20XEV ไม่แนะนำให้ใช้ Callibra C20NE, C20XE, C20LET, X20XEV ไม่แนะนำให้ใช้ Omega-A C20NE ไม่แนะนำให้ใช้ Omega-B X20XEV, X30XE (MV6) ไม่แนะนำให้ใช้
  • SAAB :
  • 900S 900SE ที่ผลิตในปี 1992-1998 ใช้ได้ 9000CD, 9000CDE, 9000CS, 9000CSE ที่ผลิตในปี 1992-1998 ใช้ได้ 9-3, 9-5 ที่ผลิตในปี 1999 ใช้ได้
  • BMW :
  • 318i, 323i, 325i, 330i, 525iA, 730Li, 735Li ใช้ได้
  • MINI :
  • Mini, Mini Cooper, Mini One ใช้ได้
  • NISSAN :
  • Cefiro A33 Year 2001 ใช้ได้ Teana ใช้ได้ NV ใช้ได้
  • FORD :
  • Laser 1.6L, 1.8L, 2.0L ไม่แนะนำให้ใช้ Escape 2.0L, 2.3L, 3.0L ใช้ได้ Explorer 4.0L, 4.8L ใช้ได้ Mondeo ไม่แนะนำให้ใช้
  • MAZDA :
  • 323 Potege 1.6L, 1.8L, 2.0L ไม่แนะนำให้ใช้ Tribute 2.0L, 2.3L, 3.0L ใช้ได้ Mazda MPV ใช้ได้ MX-5 ไม่แนะนำให้ใช้ RX-8 ไม่แนะนำให้ใช้ Mazda 3 ใช้ได้
  • MITSUBISHI :
  • ทุกรุ่นที่ผลิตตั้งแต่ปี 1995 ใช้ได้
    ที่มา: สมาคมอุตสาหกรรมยานยนต์ไทย
    Subscribe to Energy