Skip to main content

เกมการแข่งขันฟุตบอลรายการ AFC CHAMPIONS LEAGUE (ACL) เป็นรายการที่จับเอาแชมป์ฟุตบอลลีก และแชมป์ฟุตบอลถ้วย ของแต่ละประเทศสมาชิกในเอเชีย (ที่อยู่ในเกณฑ์การแข่งขัน) มาแข่งขันกันเพื่อค้นหาสุดยอดแชมป์ของแชมป์สโมสรฟุตบอลในเอเชีย

ACL 2014 สโมสรฟุตบอลจากประเทศไทย ได้สิทธิเข้าร่วมแข่งขันในโควต้า 1+2 (จากเดิมปีที่แล้วได้ 1+1) กล่าวคือ แชมป์ฟุตบอลลีกได้สิทธิเข้าไปเล่นในรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ รวมกับ แชมป์ฟุตบอลถ้วย และรองแชมป์ลีก ได้สิทธิเข้าไปแข่งขันในรอบคัดเลือก Play-off (ก่อนรอบแบ่งกลุ่ม) แต่ถ้าแชมป์ลีกกับแชมป์ฟุตบอลถ้วยเป็นทีมเดียวกัน ให้รองแชมป์ลีกและทีมอันดับที่สาม ไปแข่งรอบ Play-off ทำให้ฤดูกาล 2014 มีสโมสรฟุตบอลจากประเทศไทย เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลรายการนี้รวม 3 ทีม ได้แก่ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด (แชมป์ไทยพรีเมียร์ลีก+แชมป์ไทยเอฟเอคัพ), เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด (รองแชมป์ลีก) และ ชลบุรี เอฟซี (ทีมอันดับที่สาม)

สำหรับผลงานของรองแชมป์ลีก และทีมอันดับที่สาม อย่าง "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด และ "ฉลามชล" ชลบุรี เอฟซี ก็ยังไม่สามารถผ่านด่าน Play-off ซึ่งเป็นการแข่งขันแบบนัดเดียวรู้ผล และต้องเล่นถึง 3 นัด โดย เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ได้บายไม่ต้องแข่งนัดที่ 1 สามารถเปิดบ้านเอาชนะ ฮานอย ทีแอนด์ที (เวียดนาม-Play-off นัดที่ 2) 2-0 แต่ต่อมาบุกพ่ายให้กับ เมลเบิล วิคตอรี่ (ออสเตรเลีย-Play-off นัดที่ 3) 2-1 ส่วน ชลบุรี เอฟซี ก็มีเส้นทางคล้ายกัน คือได้บายไม่ต้องแข่งนัดที่ 1 เปิดบ้านชนะ เซาท์ ไชน่า (ฮ่องกง-Play-off นัดที่ 2) 3-0 และไปเยือนพ่ายให้กับ ปักกิ่ง กัวอัน (จีน-Play-off นัดที่ 3) 4-0 จบเส้นทาง ACL 2014 ของทั้งสองทีมไว้เพียงแค่รอบ Play-off

กลับมาที่ความหวังหนึ่งเดียวจากประเทศไทย ในเวลานี้ "แชมป์เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แชมป์ลีกและแชมป์ฟุตบอลถ้วยหลายรายการในประเทศไทย ได้สิทธิเข้าไปเล่นรอบแบ่งกลุ่มโดยอัตโนมัติ โดยก่อนเปิดฤดูกาล เนวิน ชิดชอบ ประธานสโมสรบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ประกาศว่าการแข่งขัน ACL 2014 ในปีนี้ "เซาะกราว" จะพิชิต Top 5 ของเอเชียให้ได้ ซึ่งถ้าดูจากผลการแข่งขันเมื่อฤดูกาลก่อน เนวิน ชิดชอบ อาจกำลังฝันว่าปีนี้ "เซาะกราว" จะได้เปลี่ยนจากรถไฟหวานเย็น-รางเดี่ยว ไปนั่งรถไฟความเร็วสูงก็เป็นได้ แต่ในความเป็นจริงฤดูกาลนี้มันไม่ใช่อย่างที่ฝัน บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด แท้จริงแล้วกำลังล้มกลิ้งอยู่กับพื้นถนนลูกรังอย่างไม่ต้องสงสัย รอแค่ว่าจะสามารถลุกขึ้นมาวิ่งต่อไปอีกได้หรือไม่

ย้อนกลับไป ACL 2013 บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้เข้าแข่งขันด้วยโควต้า แชมป์ฟุตบอลถ้วย จึงต้องเล่น Play-off โดยผลการแข่งขัน "เซาะกราว" ของ เนวิน ชิดชอบ สามารถเปิดบ้านเอาชนะ บริสเบน โรร์ (ออสเตรเลีย) ด้วยผลการดวลจุดโทษ 3-0 (หลังต่อเวลาพิเศษเสมอ 0-0) ผ่านเข้าสู่รอบแบ่งกลุ่มได้สำหรับ

หลังจากนั้น บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ได้แข่งขันในกลุ่ม E ร่วมกับ เจียงซู เซียนตี้ (จีน-รองแชมป์ลีก), เวกัลตะ เซนได (ญี่ปุ่น-รองแชมป์ลีก) และ เอฟซี โซล (เกาหลีใต้-แชมป์ลีก) ซึ่งในรอบแบ่งกลุ่มนี้ "แชมป์เซาะกราว" สามารถทำผลงานได้เป็นที่น่าพอใจ โดยแข่งทั้งสิ้น 6 นัด ผลชนะ 1 เสมอ 4 แพ้ 1 เก็บคะแนนได้ 7 แต้ม ผ่านเข้ารอบในฐานะรอบแชมป์กลุ่ม E

และต่อมาสามารถสร้างผลงานเอาชนะ บุนยอดกอร์ (อุซเบกิสถาน) ในรอบ 16 ทีมสุดท้าย ด้วยผลการแข่งขันรวม 2-1 แต่เส้นทาง ACL 2013 ของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ก็สะดุดจบลงอยู่แค่รอบ 8 ทีมสุดท้าย โดยพ่ายให้กับ เอสเตกัล (อิหร่าน) ด้วยผลสกอร์รวม 1-3

โดยทางฝั่งตัวแทนสโมสรฟุตบอลจากประเทศไทยอีกหนึ่งทีม "กิเลนผยอง" เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่ได้เข้าไปเล่นใน ACL 2013 รอบแบ่งกลุ่มในฐานะแชมป์ลีก ทำผลงานไม่ประทับใจแฟนบอล แข่งขัน 6 นัด ผลเสมอ 1 แพ้ 5 มีเพียง 1 แต้ม เป็นอันดับที่สี่ ของกลุ่ม F

กลับเข้าสู่โหมดปัจจุบัน ACL 2014 รอบแบ่งกลุ่ม ในปีนี้ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ต้องเจอศึกหนักในกลุ่ม E ร่วมกับ ชานตง ลู่เหนิง (จีน-รองแชมป์ลีก), โปฮัง สตีลเลอร์ส (เกาหลีใต้-แชมป์ลีก) และ เซเรโซ โอซากา (ญี่ปุ่น-ทีมอันดับที่สี่) และทำการแข่งขันผ่านไปแล้ว 3 นัด โดยความหวังหนึ่งเดียวจากประเทศไทย "เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทำผลงานได้เพียงแค่ เสมอ 1 และ แพ้ 2 นัด เก็บคะแนนเข้ากระเป๋าได้เพียง 1 แต้มเท่านั้น ทำให้ในเกมการแข่งขันที่เหลืออีก 3 นัด จะต้องไม่แพ้ และเก็บชัยชนะให้ได้อย่างน้อย 2 นัด ซึ่งจะต้องรอดูว่า "แชมป์เซาะกราว" จะสามารถผ่านเข้าไปสู่รอบต่อไปได้หรือไม่

เกมการแข่งขันที่เหลืออีก 3 นัดของ บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด บนเส้นทาง ACL 2014 ได้แก่ (2 เม.ย) เล่นในบ้านพบ เซเรโซ โอซากา, (16 เม.ย) เปิดบ้านรับ ชานตง ลู่เหนิง และ (23 เม.ย.) บุกเยือน โปฮัง สตีลเลอร์ส

แฟนฟุตบอล "เซาะกราว" บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด รวมถึงแฟนฟุตบอลไทยทั้งประเทศ คงต้องช่วยส่งแรงใจให้ขุนพลนักเตะหนึ่งเดียวจากประเทศไทย ให้ไฟในการไล่ล่าตาข่ายลุกโชนอีกครั้ง หลังจากได้สัมผัสความพ่ายแพ้ติดต่อกันหลายนัด จากการแข่งขันในฟุตบอลหลายรายการพร้อมๆ กัน หวังว่าเราจะได้เชียร์ทีมฟุตบอลจากประเทศไทย ในรายการ ACL 2014 ไปจนถึงรอบลึกๆ อย่างที่ "บิ๊กเน" ประธานสโมสร ได้เคยกล่าวไว้เมื่อก่อนเปิดฤดูกาล