Skip to main content

Responsively App ตรวจสอบการแสดงผลเว็บในหลายหน้าจอ

ในยุคที่การเข้าถึงอินเทอร์เน็ตด้วยมือถือมีอัตราส่วนที่สูงกว่าคอมพิวเตอร์เดสท็อป/โน๊ตบุ๊คถึง 80:20 ทำให้การออกแบบเว็บไซต์จะต้องคำนึงถึงการใช้งานในมือถือที่หน้าจอเล็กเป็นหลัก แล้วค่อยขยายส่วนต่างๆ ออกไปให้เต็มหน้าจอคอมพิวเตอร์ที่มีขนาดใหญ่กว่า

แต่การที่จะออกแบบเว็บให้ใช้งานได้ง่ายในหน้าจอขนาดเล็กและมีความหลากหลายจำนวนมาก ความยากอย่างหนึ่งคือต้องพยายามทดสอบในอุปกรณ์ต่างๆ ให้ได้มากที่สุด เพื่อตรวจสอบว่าที่ออกแบบไว้นั้นสามารถแสดงผลได้ถูกต้องตามตำแหน่งที่ต้องการหรือไม่ หรือต้องหาโปรแกรมมาช่วยกรณีที่ไม่มีอุปกรณ์ทดสอบ

[ประชาสัมพันธ์] SPVi เตรียมเปิดตัว iStudio สาขา Fortune Town วันที่ 2-4 ส.ค.นี้

บริษัท SPVi แจ้งข่าวเปิดตัวร้านตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์ Apple และอุปกรณ์เสริม  iStudio by SPVi สาขาใหม่ Fortune Town ชั้น 3 วันศุกร์ที่ 2 ส.ค. เวลา 11.00 น. เป็นต้นไป โดยลูกค้าที่มาร่วมงาน 50 ท่านแรกลุ้นรับของที่ระลึก 

โปรโมชั่นภายในงาน

  1. ซื้อ iPad with Retina Display แถมฟรี หูฟัง TDK เฉพาะ 15 ท่านแรก/วัน
  2. ซื้อสินค้าตั้งแต่ 500 บาท ขึ้นไป รับฟรี แก้ว Mug iStudio เฉพาะ 30 ท่านแรก/วัน
  3. ส่วนลด Mac Get Discount 1,000 บาท เมื่อซื้อ Accessories ตั้งแต่ 3,500 บาท ขึ้นไป
  4. โปรโมชั่น Accessories ลด 10% Power Support, Element case, Adopted, Incase, Life Proof, Go-Smart และ Graft Concept (เฉพาะสินค้าที่ร่วมรายการ)
  5. ส่วนลด 500 บาท สำหรับซื้อกระเป๋า Incase มูลค่า 2,500 บาทขึ้นไป เมื่อซ์้อ Mac ภายในงาน
  6. แบตเตอรรี่สำรอง Lenmar ทุกรุ่นรับส่วนลดสูงสุด 30%

ทั้งนี้ยังมีบริการตรวจเช็คสุขภาพผลิตภัณฑ์ Apple ฟรี ในวันเปิดร้านวันแรก (2 ส.ค.)

How-to set perfect Mac OS X for Thai people!

มันมีประเด็นในเรื่องการทำงานของระบบปฎิบัติการ Mac OS X (เวอร์ชั่นล่าสุดคือ 10.4.7) กับการใช้งานของคนไทย หรือคนที่เพิ่งจะเริ่มใช้งาน ว่าจะต้องทำอะไรกับมันบ้าง เพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ เรียกสิ่งที่ถูกซ่อนอยู่ออกมาใช้ให้ได้ความสามารถมากที่สุด จริงๆแล้วคอมพิวเตอร์ Apple Macintosh เป็นคอมพิวเตอร์ที่ยกออกจากกล่องเสียบปลั๊ก ก็สามารถใช้งานได้ทันที (หมายถึงไม่ต้องวุ่นวายกับ driver หรืออื่นๆ เกี่ยวกับ hardware ที่ประกอบมากับเครื่อง เพราะทุกอย่างพร้อมใช้งานทันที - จนประเด็นนี้กลายเป็นโฆษณาตัวหนึ่งในชุด Get a mac) เมื่อเปิดเครื่องขึ้นมา Mac OS X พร้อมจะให้เราใช้งานได้ทันที แต่เมื่อเราเป็นคนไทย จำเป็นต้องใช้ภาษาไทย Mac OS X ก็สามารถเรียกคุณสมบัตินี้ได้ เพียงแค่เราเข้าไปตั้งค่าในเมนู International ใน System Preferences - ดูวิธีการได้จากบทความ Tips & Tricks Part IV (Set Thai Language in Tiger) จากเว็บไซต์ thaimacclub.net เท่านี้เราก็จะมีภาษาไทยใช้ใน Mac OS X หมายเหตุ: การใช้งานภาษาไทยนั้น ในเบื้องค้นสามารถใช้ได้กับทุกโปรแกรม แต่หากเมื่อเราเริ่มเอาโปรแกรมอื่นๆ มา install เพิ่มบางโปรแกรมอาจไม่สามารถใช้ภาษาไทยได้ เช่น FileMaker, Adobe (ไม่สามารถทำงานกับ font ภาษาไทยสวยๆ โดยไม่ใช้ได้โดยไม่มี TSP) และอีกบางโปรแกรม โปรแกรมพื้นฐานอื่นๆ ที่มากับระบบ เช่น Safari, iChat, Mail, iTunes หลังจากเราตั้งค่าภาษาไทยแล้ว มันจะสามารถรองรับภาษาไทยได้ทันที หากจะไล่เป็นแต่ละโปรแกรมควรจะทำอะไรกับมันบ้างหรือเปล่าเพื่อให้สามารถใช้งานได้อย่างเต็มที่ ก็เอาคราวๆ ได้ดังนี้ - Internet อินเตอร์เนตเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต Life Style เข้าไปทุกวัน อีกทั้ง Hi-Speed Internet มันก็หามาใช้ได้ง่ายดายมากขึ้น ปกติแล้วควรจะตั้งค่าอะไรเพิ่มเติมจากแบบเดิมๆ หรือไม่ โดยถ้าในโปรแกรมเอง ก็ให้ไปเปิดความสามารถของ Tab Browsing เพื่อให้สามารถ เปิดหลายๆเว็บเพจในหน้าต่างเดียวได้ - อ่านข้อมูลจากบทความ Open up Safari ตอนที่ 1 และ ตอนที่ 2 จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - Chat การสนทนาผ่านทางอินเตอร์เนต ในปัจจุบันมีอยู่หลายช่องทาง โดยโปรแกรมที่มาพร้อมกับ Mac OS X นั่นคือ iChat AV นั้นสามารถเอา ชื่อผู้ใช้ (user) ของเว็บไซต์ AIM หรือไปสมัคร dot Mac เอามาเพื่อใช้งานได้เลย - บทความ iChat Experience ตอนที่ 1,2 และ 3 จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - ส่วนโปรแกรมอื่นๆ ก็มีเวอร์ชั่นแมคให้ดาวน์โหลดเอามาใช้ฟรีเช่นกัน ทั้ง MSN, Yahoo Messenger, Skype, Google Talk (อันนี้เอาชื่อผู้ใช้จาก Gmail มาใช้กับ iChat ได้เลย) หมายเหตุ: MSN ใน Mac จะมีความสามารถไม่เท่ากับ เวอร์ชั่น Windows แต่ถ้าต้องการใช้งานใกล้เคียงกับเวอร์ชั่น PC ต้องใช้โปรแกรมเสริมเช่น aMSN, AdiumX ฯลฯ - Mail client หากต้องการใช้โปรแกรม Mail client (คล้ายๆ Outlook ใน Windows) ก็มีโปรแกรม Mail มาให้ใช้ได้เลย เพียงแค่เรามีอีเมลที่สามารถใช้ POP3, IMAP ก็สามารถนำมาใช้ได้เลย เช่นอีเมลของ GMail, อีเมลของ Yahoo.co.th หรืออีเมลที่เสียเงิน - วิธีการใช้งานดูจากบทความ Advance Your Mail จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - Music & Movie ดูหนังฟังเพลงใน Mac OS X นั้น ก็มีโปรแกรมเพื่อความบันเทิง iTunes เป็นโปรแกรมที่บริหารเพลงที่เรามีอยู่ในเครื่องได้อย่างไม่ยากเย็น และยังเป็นโปรแกรมเชื่อมต่อไปยังเครื่องเล่นเพลงดิจิตอลที่ยอดฮิตอย่าง iPod แต่มีบางประเด็นเล็กน้อยที่บางครั้งเอาเพลงไทย (ชื่อเพลงภาษาไทย) เข้าไปในโปรแกรมแล้วอ่านไม่ออก ก็มีเทคนิคในการแปลงให้สามารถอ่านได้เช่นกัน - บทความ Convert iTunes ID3 Tags to Thai Unicode จากเว็บไซต์ thaimacclub.net - สาเหตุก็เพราะไฟล์ที่เราเอามาฟัง เก็บข้อมูลแบบตัวอักษรที่เข้ารหัสแบบ ASCII แต่โปรแกรม iTunes แสดงผลข้อมูลแบบ Unicode เลยต้องมีทริ๊กนิดหน่อย โปรแกรมดูหนัง ใน Mac OS X มี QuickTime Player และ DVD Player ทั้งสองโปรแกรมมีความแตกต่างกันนิดหน่อย คือ QuickTime นั้นเน้นไปทางไฟล์ขนาดเล็กทั้ง .mov .mpg .avi รวมทั้ง .DAT (ไฟล์ของ VCD) และ DVD Player ก็เอาไว้เปิดแผ่น DVD โดยมีเมนู DVD ในนั้นครบถ้วน โปรแกรมอื่นๆ ในบางครั้งไฟล์ทางคอมพิวเตอร์ นั้นมาจากหลายแหล่ง การแปลง encode ไฟล์ต้นทางก่อนที่เราจะเอามาดู มีได้หลายแบบ หากเราต้องการโปรแกรมอื่นๆ ที่ช่วยให้เราสามารถดูไฟล์ได้ครบถ้วนมากขึ้น ก็อาจจะดาวน์โหลดโปรแกรม VLC, MPlayer และอีกหลายโปรแกรมใช้งานแบบฟรีๆ ได้ และที่สำคัญสำหรับไฟล์ .wmv และ .wma นั้นต้องดาวน์โหลดโปรแกรม windows media player มาติดตั้งเอาไว้ด้วย เพื่อให้เล่นได้อย่างครบถ้วน หรือจะใช้ plug-in สำหรับ QuickTime ที่ชือ Filp4Mac ก็ได้เช่นกัน - Font ถ้าทำงานเกี่ยวกับการออกแบบ แบบอักษร (font) ก็จำเป็นกับการใช้งาน แต่ Mac OS X มีแต่เฉพาะ font ที่เพียงสามารถอ่านภาษาไทยได้เท่านั้น มี font เบื้องต้นแค่ 5-6 แบบ เช่น Ayuthaya, Krungthep, Lucida Grande, Sathu, Sathorn ฯลฯ ส่วนแบบอักษรที่สวยๆ จะต้องหามาติดตั้งเอาเองภายหลัง โดยอาจจะดาวน์โหลดแบบลายมือที่เค้ายินดีให้โหลดฟรีได้ที่เว็บ f0nt.com แต่ในบางครั้งอาจไม่เพียงพอต่อการทำงาน จะต้องซื้อ font มาใช้เพิ่มเติม เช่นชุด DB ฯลฯ - ETC. อื่นๆ ยังนึกไม่ออก ถ้ามีเพิ่มเติมจะเอามาลงในโอกาสต่อๆไป หมายเหตุ: โปรแกรมที่อยู่ใน blog วันนี้สามารถหาได้จากเว็บไซต์ www.macupdate.com, www.versiontracker.com หรือหากยังหาไม่เจอให้เริ่มค้นหาที่ www.google.com เพื่อหาเว็บไซต์ของผู้ผลิตโปรแกรมนั้นๆ

WWDC ปีนี้ กับผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ

จาก keynoteเมื่อคืนนี้ (ตามเวลาในประเทศไทย) สตีฟ จ๊อปส์ได้ขึ้นเวทีแนะนำสินค้าใหม่ของ apple computer ในงาน WWDC (WorldwideDevelopers Conference) โดยสรุปคือมีแมคอินทอช hi-end ในชื่อใหม่Mac Pro มาพร้อมสเปคดังนี้ 2.66GHz Dual-Core Intel Xeon Woodcrest 2ตัว  1.33GHz frontside buses คู่อิสระ หน่วยความจำ 1GB (DDR2) NVIDIAGeForce 7300 GT Graphic หน่วยความจำการ์ด 256MB ฮาร์ดดิสเก็บข้อมูลแบบSerial ATA 250GB 16x double-layer SuperDrive ในราคาเริ่มต้นเพียง $2,499(Mac Pro [Dual-Core Intel Xeon Processor] Fastest Mac ever) และผลิตภัณฑ์อีกตัวที่ได้รับการอัพเดทมาใช้ chip Intel อีกรุ่นคือ Xserveโดยแอปเปิ้ลได้บอกว่า เป็นการเปลี่ยนผ่านจาก chip PowerPC (IBM) มาเป็นIntel ในเวลาเพียง 210 วัน (Xserve Quad Xeon 64-bit server) จากนั้นก็ได้แนะนำ Mac OS X Leopard ระบบปฏิบัติการรุ่นถัดไปที่ตอนนี้เปิดให้ดูความสามารถใหม่ๆ 10 อย่างรายละเอียดทั้งหมดดูได้ที่เว็บไซต์ของแอปเปิ้ล (Advancing the world/s most advanced operating system) ----- แถมเมื่อคืนนี้ adapter ของ powerbook ดันชาร์ตไม่เข้าซะอีก หลังจากที่เคยไปแบบนี้มาสักพัก เมื่อคืนชาร์ตยังไงก็ไม่เข้า เลยต้องผ่าตัดอีกครั้ง แต่คราวนี้มันไม่ปกติ ต้องพังกันเลย -_- แต่ใช้งานได้ปกติแล้ว ตรงขั้วสายไฟมันมีปัญหาไฟไม่ผ่าน คาดว่าจะขาดหรือไหม้ หรือไงนี่แหละ
หลังจากแงะออกมาแล้ว เชื่อมสายไฟใหม่ แล้วก็ประกอบกลับไปเหมือนเดิม (แต่ไม่เหมือนเดิม อิอิ) เพราะมันไม่มีน๊อต หรือสลักอะไรเลย กาวล้วนๆ เลยต้องเอาเทปกาวแปะกลับเข้าไป ดูรูปประกอบ
ที่กล้าทำ ก็เพราะมีพี่บางคนบอกว่ามัน ไม่มีน๊อตมันติดกาวอย่างเดียว และเห็นเว็บไซต์เมืองนอกมันชำแหละให้ดูเลย

มุมมองคนใช้ Mac กับทิศทางของ Apple (Intel v PPC)

จากกระทู้ เตือนสติผู้ใช้Mac จากเว็บบอร์ดห้อง non-pc ในเว็บไซต์ pantip.com อ่านแล้วอยากเอามาโพสซ้ำเอาไว้ใน blog เผื่อคนอื่นจะได้อ่านเป็นข้อมูล จริงๆ ในกระทู้มีมากกว่านี้ แต่ขอยกเอามาบางส่วนนะครับ ^^ โดยเนื้อหารของผู้ตั้งกระทู้มีดังนี้... ก่อนอื่นขอออกตัวก่อนนะครับว่าไม่ใช่กระทู้ล่อเป้า แต่ที่เขียนกระทู้เพราะอ่านมาจากหลายกระทู้ในนี้และสนทนากับเพื่อนๆในวงการหลายคนทำให้ได้ข้อคิดที่ผมเอามานอนคิดอยู่นานว่าจะเตือนดีไหมเพราะที่สุดก็จะเกิดการวิพากวิจารณ์ขึ้นได้แต่เพื่อให้ข้อคิดกับหลายท่านในนี้จึงขอเสนอความคิดผมดังนี้ครับ

1.ผมสังเกตุว่าช่วงนี้กระแส Mac Book แรงมาก จนทำให้Power Book หรือ iBook ในตลาดมือหนึ่งและมือสองตกฮวบ ผมมองว่ามันเป็นการเห่อของใหม่ตามแรงเชียร์จากร้านขาย ผู้ที่ได้ประโยชน์ที่แท้จริงคือร้านขายของใหม่ที่ขายMac Book และร้านขายของมือสองที่สมัยก่อนแทบต้องตื้อคนใช้ให้ขายต่อ แต่ตอนนี้แทบยิ้มมีเอามาขายให้เพียบกดราคาได้เต็มที่

2.เท่าที่ผมสังเกตุกลุ่มผู้ใช้Mac Book , Mac Book Proหรือ Mac Intel ในตลาดตอนนี้มักเป็นคนใหม่ที่กำลังเริ่มเล่นMac ปัญหาก็คือเขาไม่รู้ว่า Adobe ยังไม่ Support หลายโปรแกรมและคงอีกนานเพราะApple ตัดญาติขาดมิตรกับAdobe ไปหลายเรื่องแล้ว ทำให้การใช้ภาษาไทยในหลายโปรแกรมของAdobe มีปัญหาและหลายโปรแกรมที่ว่ามามันเป็นโปรแกรมหากินทั้งนั้น ผมไม่ปฏิเสธว่ามันสามารถRun ใน Rosetta ได้ แต่ความช้าที่น่าประทับใจน่าจะเป็นคำตอบสุดท้ายที่เซียนในนี้ทราบดี

3.หลายหน่วยงานยังใช้CPU G3 , G4 ,G5 Run งานในระดับอาชีพได้อย่างไม่มีปัญหาและคิดว่าอีกหลายปีกว่าประวัติศาสตร์หน้านี้จะเปลี่ยน มันคงไม่เร็วเท่าตอนที่ Mac เปลี่ยนจาก Motorola มาเป็นIBM เพราะภาวะเทคโนโลยีในสมัยนั้นกับปัจจุบันพัฒนาการไม่เหมือนกัน

4.การที่ Mac ออก Boot Camp หากดูจุดประสงค์ของสตี๊ฟ จ๊อบ น่าจะมาจากความพยายามช่วงชิงผลกำไรจากการที่ Windows ยังไม่มีหมัดเด็ดใดๆออกมา การขายHard Were ในช่วงนี้จึงน่าจะเป็นโอกาสทองของApple มากกว่าความพยายามทำให้ Windows สามารถ Boot ในMac ได้มากกว่า

5.เราลืมนึกหรือเปล่าว่าเรากำลังเป็นหนูลองยาของนวัตกรรม ที่ผู้ผลิตก็ยังไม่ทราบจุดดีจุดด้อยที่แท้จริงของเทคโนโลยี แต่ผลิตออกทาเพื่อช่วงชิงตลาดและลองให้ผู้ใช้พบข้อบกพร่องแล้วนำมาปรับปรุงแก้ไขแทนที่จะเสียเวลาทดลองในห้องแล็ปก่อนออกขายสินค้าซึ่งจะเสียค่าพัฒนามหาศาลกว่า

ที่เขียนมาทั้งหมดนี้เพราะความเป็นห่วงว่าเขาจับอาการเห่อของคนไทยออกและเอามาใช้ทำตลาดได้ ผมเห็นหลายคนเทขายPower Book ,iBook , Power Mac ทั้งที่ยังใหม่แล้วใจหาย คนขายขาดทุนเพื่อเอาเงินไปเพิ่มเงินซื้อนวัตกรรมที่ยังไม่นิ่งมาใช้แล้วพบว่ามันอยู่ในช่วงกำลังพัฒนาใช้ตอบสนองงานที่ตัวเองทำไม่ได้ต้องเอามาขายทิ้งอีกรอบพ่อค้าในตลาดมือสองก็ดีใจเพราะไม่ต้องออกแรงหาเหมือนเมื่อก่อน เด็กใหม่ๆที่กำลังเข้าวงการไม่รู้อีโหน่อีเหน่ ก็พลอยไม่เข้าใจหลักการของการใช้Mac ไปด้วย เลยใช้ต่างๆPC ไปแทนทั้งที่มันคนละวัตถุประสงค์กัน เชื่อผมเถอะซักพักนึงคนจะกลับมาหา G4 และ G5 กันอีกครั้งหลังพบว่ายังไม่มีทางออกที่รวดเร็วนักในการใช้งานโปรแกรมหากินในMac Intel

จากคุณ : ประทัย -[ 11 ก.ค. 49 - 09:41:55 A:203.148.195.194 X: ]
และมีผู้ให้ทรรศนะ ที่น่าสนใจในกระทู้นี้ ผมหยิบของพี่ cyberdude เอามาเป็นข้อพิจารณานะครับ ดังนี้... เป็นความเห็นที่ดีครับ บางอย่างผมเห็นด้วย แต่มีประเด็นเสริม

1. เป็นธรรมดาของตลาดครับ ของใหม่มาก็ต้องดังกว่าเป็นธรรมดา คนที่ขายเครื่อง PowerPC ทิ้งหลายคนอาจจะมองว่า ไม่ขายตอนนี้ เก็บไว้ราคาก็ยิ่งตก ถ้า Intel ออกมาเรื่อยๆ
ยิ่งวันไหน Adobe CS3 ออกมาแล้วรันบน Mac Intel ได้เต็มสปีด ราคา G4, G5 ก็จะยิ่งตกครับ อันนี้เป็นการตัดสินใจในเรื่องการลงทุน/ความคุ้มค่า ซึ่งไม้บรรทัดของแต่ละคนไม่เหมือนกัน

2. คุณกำลังเอาหลายประเด็นที่ไม่เกี่ยวกันมารวมเป็นเรื่องเดียวกันนะครับ??

2.1- คนกลุ่มใหม่เพิ่งเริ่มมาเล่น Mac... แล้วจะให้เขาไปซื้อ G4/G5 เหรอครับ? ในเมื่อคนกลุ่มนี้เข้ามาเพราะข่าวเรื่อง Bootcamp และต้องการเครื่องแมคที่รันวินโดว์ได้ (และกลุ่มนี้ก็ไม่ใช่กลุ่มข้างบนที่ขาย G4/G5 ทิ้งด้วย...เพราะไม่เคยมี)
คนกลุ่มนี้เป็นกลุ่มลองของใหม่ (early adopters) ครับ ที่ต้องเตือนกันก็คือ ต้องทำการบ้าน หาข้อมูลก่อนบ้างเท่านั้นเอง เพราะมันก็ไม่ใช่เงินน้อยๆ

2.2 ถ้าเป็นกลุ่มคนที่ใช้ Mac อยู่แล้ว ขายเครื่องเก่าทิ้ง อันนี้เห็นด้วยตามข้อ 1 ครับ หาข้อมูลให้ดี พึงระวังเรื่องโปรแกรมที่ใช้หากินต้อง support กับเครื่องใหม่ให้เต็มที่ก่อน แต่ถ้าเป็นกลุ่มที่ซื้อเครื่องใหม่มาเสริม, ของเก่าก็ยังใช้อยู่ก็ OK นะครับ

2.3 ดรื่อง Adobe กับ Apple มันมีหลายมิติครับ เอามาปนๆกันแล้วพูดทีเดียวคนอ่านจะงง

- ในแง่ Adobe กับภาษาไทย เป็นเรื่องระหว่างผู้ใช้โปรแกรมลิขสิทธ์ชาวไทยกับ Adobe ครับ อันนี้ไม่เกี่ยวกับ Apple เลย (Apple มี Lib ภาษาไทย แต่ Adobe ไม่ได้เรียกใช้จาก system)

- ในภาพรวมระดับโลก ธุรกิจของ Adobe ยังอิงกับ Apple เยอะพอควรครับ creative professional ที่จ่ายเงินซื้อโปรแกรมลิขสิทธ์อีกมากยังอยู่บน Mac ส่วน install base บน Windows ที่่ว่าเยอะๆนั้นเป็นโปรแกรมเถื่อนก็มาก มองภาพใหญ่แล้ว Adobe ยิ่งต้องรีบทำให้โปรแกรมต่างๆของตัวเองวิ่งบน Mac Intel ให้เร็วที่สุด เพราะตัวเองก็เริ่มขายโปรแกรมบน PowerPC ไม่ค่อยได้แล้ว (เพราะคนที่ใช้ PPC อยู่ก็ซื้อไปหมดแล้ว เครื่องใหม่ก็ไม่มี) คนที่ใช้ Intel ก็รอเวอร์ชั่นใหม่ ถ้าไม่มีอัพเดท Adobe ก็ไม่มีเงินเข้า หรือถ้า Apple หรือคู่แข่งรายอื่นทำโปรแกรมแนวเดียวกันออกมาบน Mac Intel ได้ก่อน Adobe อาจจะเสียฐานลูกค้าไปอย่างถาวรเลยก็ได้ จุดนี้ถ้าพูดจากการขายโปรแกรมในไทย หรือเอาปัญหาเรื่องภาษาไทยกับ Adobe ไปรวม ผมว่าหลงประเด็นครับ เพราะมันจิํ๊บมากเมื่อเทียบกับธุรกิจจริงๆทั้งหมดของ Adobe ที่ต้องพัฒนาต่อไป

- ส่วนที่แข่งกันในบางตลาด มันก็เป็นธรรมดาของธุรกิจครับ ต้องสมานจุดร่วม สงวนจุดต่าง แต่ถ้าให้เลือก Adobe คงรู้สึกปลอดภัยกับตลาดที่มีทั้งลูกค้า Mac และ Windows มากกว่าจะให้เหลือแค่แพลตฟอร์มเดียว และถ้าจะว่าไป คู่แข่งของ Adobe บน Windows มีมากกว่าบน Mac นะ?

- เรื่องความเร็ว(หรือความช้า?)ในการใช้ผ่าน Rosetta ซึ่งจะทำให้ MacIntel user ไม่ประทับใจ อันนี้เป็นปัญหาที่ทั้ง Apple และ Adobe ต้องรีบแก้ และ User ที่จะซื้อไปทำงานทันทีต้องรู้ไว้ประกอบการตัดสินใจ ซึ่งมันควรจะจบได้ภายใน 7-12 เดือนนี่แหละครับ ผมยังเดาว่าในงาน WWDC ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า อาจจะมีตัวแทนจาก Adobe ไปขี้นเวทีพูดเรื่องนี้ด้วยซ้ำ

3. องค์กรใหญ่ๆ จะเปลี่ยนอุปกรณ์ตามจังหวะของงบประมาณ/ความจำเป็นในการใช้งานมากกว่า
ถ้าฝ่าย IT ขององค์กรตัดสินใจเรื่องแบบนี้ตามกระแสโดยไม่ทำการบ้าน คงได้หางานใหม่ล่ะครับ
ปกติตามหน่วยงานใหญ่ๆ มักจะรอให้ software solution มันนิ่งก่อน
แล้วส่วนมากเค้าจะรอบคอบกว่าอยู่แล้วด้วย

แต่ผมกลับมองว่า ยุคนี้จะเปลี่ยนเร็วกว่าสมัย Moto 68k->PPC ครับ เพราะการอัพเดทรุ่นของฮาร์ดแวร์/ซอฟท์แวร์ และ buying cycle ของยุคนี้เร็วกว่าสมัยก่อนมาก

4. การพยายามขายฮาร์ดแวร์ของ Apple ในยุคไหนๆก็เป็นโอกาสทองครับ ปัญหาคือ จุดขายมันโดนใจลูกค้าพอหรือเปล่า?
อย่าลืมว่า Apple เป็นบริษัทที่ทำธุรกิจขายฮาร์ดแวร์ ที่บังเอิญทำซอฟท์แวร์เองด้วย
การลง Windows เป็นจุดขายอย่างนึงที่ตอนนี้เอามาใช้ได้กับลูกค้ากลุ่มใหม่ครับ

มองจากมุมของลูกค้าก็ต้องมองว่า จุดขายที่เค้าบอกมามันใช้ได้จริง และมีประโยชน์กับเราในตอนนี้จริงหรือเปล่า? คุ้มกับราคามั๊ย? คุณอาจจะคิดอย่างนึง คนที่ตัดสินใจซื้อไปอาจจะคิดอีกอย่าง อันนี้ไม่มีใครผิดนี่ครับ

5. จุดนี้มันอยู่ที่ความลงตัวครับ คุณออกสินค้าที่ยังไม่ได้ทดลองมากพอ บกพร่องเยอะ คุณก็เสียความเชื่อมั่นของลูกค้า เสียชื่อ ซึ่งเรียกคืนได้ยากมากๆจนแทบไม่คุ้มกับผลกำไรหรือการประหยัดค่าวิจัยในช่วงสั้นๆ ถ้ารอให้ Perfect ซึ่งเป็นไปไม่ได้ในโลกของ technology ที่เปลี่ยนแปลงเร็วมาก ก็ไม่ต้องค้าขายกันละครับ Microsoft เป็นตัวอย่าที่ดีของการรีบออกสินค้าที่ยังไม่เสร็จแต่พอจะทำงานได้ ยึดตลาดให้ได้ก่อนแล้วค่อยๆปรับแก้ไปจนลงตัว มากว่า Apple ที่ชอบรอให้เกือบสมบูรณ์ก่อน จะเห็นว่า MS ประสพความสำเร็จมากกว่าในแนวทางนี้ครับ Apple ก็ต้องปรับตัวเองตามเหมือนกัน

ผมเองยังใช้ Mac PPC อยู่จากเหตุผลเรื่อง software และความเร็วของมันก็ยังทำงานที่เราต้องการได้ดี
ยังไงก็เห็นเจตนาดีของเจ้าของกระทู้ และขอบคุณที่ยกเรื่องนี้ขี้นมาให้ได้แลกเปลี่ยนความเห็นกันครับ :)

จากคุณ : cyberdude  - [ 11 ก.ค. 49 12:52:30 ] ยาวไปนิด แต่อ่านแล้วเห็นมุมมองหลายด้านดีครับ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันอย่างสนุกสนาน อ่านแล้วยิ้มได้ทั้งคนโพสและคนตอบ (ไม่เหมือนบางเว็บบอร์ดบางห้องโพสความเห็นได้ด้านเดียว อิอิ) ^^
Subscribe to Mac