ทำความรู้จัก Drupal ระบบจัดการเนื้อหา แบบโอเพ่นซอร์ซ

จุดแข็ง : ความสามารถในการปรับแต่งระดับองค์กร มีความยืดหยุ่นสูง ความปลอดภัยที่ยอดเยี่ยม

จุดอ่อน : ต้องใช้ความเข้าใจทางเทคนิกมากกว่าระดับพื้นฐาน ธีมสำเร็จรูปมีจำกัด

ประวัติ Drupal

Drupal สามารถออกเสียงภาษาไทย ได้หลายแนวทาง ทั้ง ดรูปัล, ดรูปาล หรือ ดรูปอล -- จะออกเสียงแบบไหนก็ขอให้เข้าใจว่าคือ Drupal

Drupal เริ่มต้นพัฒนาโดย Dries Buytaert (ดรีส เบยทาร์ท) โปรแกรมเมอร์ชาวเบลเยี่ยม โดยชื่อของ Drupal เป็นคำศัพท์ภาษาอังกฤษที่รับจากภาษาดัตซ์คำว่า “Drupel” ที่หมายถึง “หยดน้ำ” โดยชื่อที่ Dries ต้องการตั้งคือ “dorp” (หมายถึง “หมู่บ้าน” ในภาษาดัตซ์) ซึ่งกล่าวถึงชุมชนผู้ใช้งาน แต่ได้สะกดผิดเป็น drop ในขณะที่ตรวจสอบ และคิดว่าชื่อนี้ฟังดูดีกว่า [อ้างอิง]

Drupal 11 ในปัจจุบัน

จากความนิยมในการใช้งาน Drupal 7 และการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของ Drupal 8, 9 และ 10 ทำให้ปัจจุบัน Drupal เดินทางมาถึงเวอร์ชั่น Drupal 11 โดยเป็นโปรเจคที่สมบูรณ์พร้อมสำหรับการใช้งานในหลากหลายรูปแบบ มีความยืดหยุ่นที่สามารถปรับแต่งได้อย่างอิสระ

โครงการล่าสุด Drupal CMS ที่นำ Drupal Core 11 มาจัดรวมกับโมดูลที่จำเป็น ออกเป็นชุดโปรแกรมสำเร็จรูปเพื่อตอบโจทย์การทำงานที่หลากหลาย และง่ายในการเริ่นพัฒนาเว็บไซต์ โดยใช้คำสั่งสูตรสำเร็จ recipies ในการติดตั้งโมดูลต่างๆ ที่กำหนดไว้ ให้พร้อมใช้งานในทันที
ความสามารถของ Drupal 11 ที่น่าสนใจ ได้แก่

  • Easy installation: ติดตั้งง่าย Drupal 11 มาพร้อมกับตัวติดตั้งที่ใช้งานได้ง่าย โดยไม่จำเป็นต้องมีความรู้ทางด้านเทคนิคมากนัก ทั้งนี้นักพัฒนาที่สะดวกทำงานผ่าน command line (CLI) ก็สามารถเรียกใช้งานด้วย composer และ drush ได้อย่างสะดวก
  • Recipes: การติดตั้งโมดูลพร้อมกันหลายตัว ด้วยคำสั่งสูตรสำเร็จ recipes ที่ตั้งค่าเตรียมไว้ล่วงหน้า ทำให้การปรับแต่งเว็บไซต์เป็นไปอย่างง่ายดายและไม่ซับซ้อน
  • Workspaces: ช่วยให้สามารถสร้างเว็บไซต์เพื่อทดสอบการทำงาน การที่จะสลับเนื้อหาออกสู่สาธารณะ
  • Mobile-first design: รองรับการแสดงผลในมือถือตั้งแต่เริ่มต้น สามารถแสดงผลได้อย่างสวยงามในเบราว์เซอร์มือถือ โดยไม่ต้องติดตั้งส่วนเสริมใดๆ
  • Multilingual support: รองรับการสร้างเว็บไซต์หลายภาษา Drupal 11 สามารถกำหนดการแปลภาษาได้ง่าย 1 node id สามารถกำหนดให้แสดงได้หลายภาษา
  • Dashboard and navigation menu: แผงควบคุม และเมนูนำทางที่ปรับปรุงใหม่ ทำให้การเข้าถึงฟังก์ชั่นต่างๆ ของเว็บไซต์เป็นไปอย่างง่ายดายและมีประสิทธิภาพ
  • Single Directory Components (SDC): ช่วยให้นักพัฒนาสามารถจัดการส่วนประกอบต่างๆ เช่น ไฟล์ CSS, JavaScript ไว้ในโฟลเดอร์เดียวกัน ทำให้ง่ายต่อการนำกลับมาใช้ใหม่ เพิ่มความสะดวกในการพัฒนาและบำรุงรักษาโค้ด

อัปเกรดจาก Drupal 7 ไปยัง Drupal 9 แล้วอัปเกรดเป็น Drupal 10 ได้ง่าย

แม้ว่าใน Drupal 10 และ Drupal 11 จะมีโมดูล Migrate มาพร้อมใช้งาน แต่สำหรับการอัปเกรดจาก Drupal 7 อยากแนะนำให้อัปเกรดผ่าน Drupal 9.0.0 เสียก่อน แล้วค่อยทำการอัปเดทเป็น ฏพียฟส 9.5.11 แล้วอัปเกรดข้ามเวอร์ชั่นมาเป็น Drupal 10 และ Drupal 11 อีกที

เหตุผลและอุปสรรคในการอัปเกรด Drupal 7 มายัง Drupal 10 เป็นเพราะความต้องการพื้นฐานของโปรแกรม PHP ที่ Drupal 7 รองรับสูงสุดแค่ PHP 7.4 (ซึ่ง Drupal 9.0.0 ใช้งานกับ PHP 7.4 ได้นั่นเอง) ส่วน Drupal 10 รองรับ PHP 8.1 และ Drupal 11 รองรับ PHP 8.3

ดาวน์โหลด Drupal ได้ที่เว็บไซต์ Drupal.org

  • สามารถดาวน์โหลด Drupal มาใช้งานได้ฟรี ที่เว็บไซต์ http://drupal.org/project/drupal

เนื้อหาแนะนำ

 
คลิกอ่านเพิ่มเติม (ขยาย)
25 พฤษภาคม 2569
สร้างเว็บไซต์ด้วย Drupal หมวดหมู่ การศึกษา องค์การระหว่างประเทศ เมือง สื่อ และ ธุรกิจ
1 พฤษภาคม 2569
โจทย์ตอนแรก ทีมงานมากกว่า 10 user และรองรับไฟล์ความละเอียดสูง
29 เมษายน 2569
การมีเว็บไซต์สะท้อนถึงความน่าเชื่อถือของธุรกิจ
19 เมษายน 2569
ปัจจุบัน การติดตั้ง Drupal 11 ทำได้ง่ายเพียงแค่ 2 คำสั่ง ผ่าน SSH/Composer/Drush
16 กุมภาพันธ์ 2569
รายละเอียด Drupal 11.3 และ Drupal CMS 2.0
5 มกราคม 2569
เปิดคอมเมนต์ท้ายบทความ ล็อกอินด้วย Google Account
25 พฤศจิกายน 2568
สร้าง Drupal Recipes เอาไว้ใช้งานเอง เวลาเริ่มโปรเจคใหม่ จะได้เร็วขึ้นนิดนึง
22 ตุลาคม 2568
เมื่อ WSL พร้อมใช้งาน มาลองสร้างเว็บ Drupal ด้วยคำสั่ง Composer และ Drush
21 ตุลาคม 2568
เคยใช้ XAMPP ทำเซิร์ฟเวอร์ในเครื่อง Windows แต่ปัจจุบันสามารถใช้ WSL + LAMP stack แทนได้
1 กันยายน 2568
วิธีตั้งค่าให้เว็บไซต์ Drupal สามารถล็อกอินด้วย Google Account เพื่อความสะดวกในการใช้งาน
21 มิถุนายน 2568
ปัจจุบันแอดมินธีม Claro พัฒนาค่อนข้างช้า โดย Drupal core เตรียมจะนำธีม Gin เข้ามาแทน Claro ใน Drupal 11.3
21 มิถุนายน 2568
มุ่งเน้นการปรับปรุงประสิทธิภาพและความสามารถในการปรับขนาด ทั้งส่วนหลังบ้าน (backend) และส่วนหน้าบ้าน (frontend)
18 มิถุนายน 2568
เพื่อยกระดับการสร้างประสบการณ์ดิจิทัลอัจฉริยะ ให้สามารถเข้าถึงได้อย่างเท่าเทียมสำหรับผู้ใช้งานทุกกลุ่ม
5 พฤษภาคม 2568
การอัปเดท Drupal core จำเป็นต้อง SSH เข้าไปพิมพ์คำสั่ง Composer เพราะถูกออกแบบมาให้ทำงานได้อย่างสะดวก
Subscribe to Drupal