Skip to main content

Security Checklist 2020

ตรวจสอบรายการความปลอดภัย ปี 2020

หากคุณมีเวลาว่าง สามารถนั่งจัดการความปลอดภัยออนไลน์ ในช่วงวันหยุดปีใหม่แบบนี้ ก็น่าจะดีนะ

ลองมาดูกันว่ามีอะไรบ้าง ที่ควรตรวจสอบและปรับปรุงความปลอดภัยให้ดีกว่าเดิม

แนะนำแอพ Wire แอพแชทเข้ารหัสลับ ต้นทาง-ปลายทาง End-to-End ไม่ต้องผูกกับเบอร์มือถือ

ปัจจุบัน แอพแชท (Chat) ในมือถือ มีหลากหลาย ทั้งที่ผูกกับโซเชียลอื่น แล้วแยกตัวออกมา เช่น Facebook Messenger (ชื่อก็บอกอยู่แล้วว่าเป็นของ Facebook), Google Hangouts (เป็นส่วนหนึ่งของ Google Gmail) หรือ แอพที่ไม่ได้เชื่อมต่อกับใคร เช่น LINE, Telegram, WhatsApp (แม้ว่า WhatsApp จะถูก Facebook ซื้อกิจการไปแล้วก็ตาม) รวมถึง Signal ที่เป็นทางเลือกให้กับผู้ใช้

จุดขายอย่างหนึ่งของแอพแชทในปัจจุบันนี้คือ คือ การส่งข้อความ "แบบเข้ารหัสลับ" หรือที่เรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า "End-to-End Encryption" กล่าวคือ จะมีเพียงแค่ "ผู้ส่ง" และ "ผู้รับ" เท่านั้น ที่สามารถอ่านข้อความเหล่านั้นได้ เซิร์ฟเวอร์ของผู้ให้บริการ-ตัวกลางระหว่างทั้งสองฝั่ง จะไม่สามารถรู้เลยว่าส่งข้อความอะไรถึงกัน เพราะไม่สามารถถอดรหัสลับได้นั่นเอง

GMail: เปลี่ยน Reply ให้เป็น Reply to all

โดยพื้นฐานแล้ว อีเมล GMail จะแสดงปุ่ม Reply (ตอบกลับ) เพื่ออำนวยความสะดวกในการตอบอีเมล แต่ในบางกรณีเราต้องตอบอีเมลกลับไปถึงทุกคนที่มีรายชื่ออยู่ในการสนทนา จึงต้องคลิกเมนู และเลือก Reply to all จึงจะสามารถส่งอีเมลกลับไปถึงทุกคน

reply-to-all

ตั้งค่า MX Record ในการใช้งาน Google Apps (Email)

Google Apps เป็นบริการหลายอย่างรวมกัน เช่น Calendar, Docs, Web Pages, Sites และหนึ่งในนั้นคือ Email ขอดีของการย้ายเซิร์ฟเวอร์อีเมลจากที่เก็บในโฮสต์ของเรา ไปใช้บริการของ Google ก็คือ - พื้นที่ใช้งานขนาดใหญ่ (ปัจจุบันโฆษณาว่า 7 GB ต่ออีเมล) - ลดปริมาณ spam เพราะใช้ระบบกรอง spam ของ Google ในการตั้งค่า MX Record หลังจากเราลงทะเบียนเพื่อขอใช้บริการ Google Apps ในการตั้งค่าอีเมล Google Apps จะให้เราแก้ไข MX Record เพื่อบอกว่าอีเมลที่ได้รับ จะส่งไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ไหน ซึ่งในขั้นตอนนี้เราจะต้องไปแก้ไขกับ DNS ของโดเมนที่เราจะใช้งาน ปกติเวลาเราจดทะเบียนโดเมน ผู้ให้บริการจะให้เรากรอก Name Server (NS) ซึ่งเราก็จะใส่ชื่อของโฮสต์ที่เราใช้บริการ (เช่น เราเช่าโฮสต์ที่ coolrack.net) เช่น ns1.coolrack.net และ ns2.coolrack.net ซึ่งการใส่ข้อมูลแบบนี้เราจะไม่สามารถแก้ไข Zone ไฟล์ ต้องเปลี่ยน Name Server จากโฮสต์ที่เราใช้บริการเป็น Name Server ของผู้รับจดโดเมน (เช่น จดโดเมนกับ dotarai.com) ก็เปลี่ยน Name Server เป็น ns1.dotarai.com และ ns2.dotarai.com จากนั้นเราก็จะสามารถแก้ไข Zone ไฟล์ ในการแก้ไข Zone ไฟล์ มี 3 ข้อมูลหลักๆ ที่จะต้องกำหนดให้ถูกต้อง คือ A Record, CNAME Record และ MX Record A Record เป็นการใส่ค่าตัวเลข IP ของเครื่องเซิร์ฟเวอร์ที่เราใช้เก็บข้อมูล (จำเป็นต้องใส่ให้ถูกต้อง ไม่เช่นนั้นจะเปิดเว็บไม่ได้) เช่น www - A - 61.47.60.187 (บอกว่า subdomain www อยู่ในเครื่อง 61.47.60.187) blog - A - 61.47.60.187 (บอกว่า subdomain blog อยู่ในเครื่อง 61.47.60.187) CNAME Record เป็นการบอกว่า subdomain ที่เรากำหนดใช้ IP เดียวกับ subdomain อะไร ftp - CNAME - www (บอกว่า subdomain ftp อยู่ในเครื่องเดียวกับ www) ข้อสังเกต: ถ้ามี subdomain จำนวนมาก การใช้ A Record จะต้องแก้ไขหลายรายการ ซึ่งถ้าใช้ CNAME ก็จะช่วยให้จัดการง่ายขึ้น สำหรับส่วนสำคัญ MX Record เป็นการบอกให้ระบบรู้ว่า เมื่อมีอีเมลส่งมาแล้วจะถูกนำไปเก็บไว้ที่เซิร์ฟเวอร์ไหน โดยระบบของ Google Apps จะให้เราใส่ข้อมูล ประมาณ 7 รายการ คือ MX Server address                Priority ASPMX.L.GOOGLE.COM.         10 ALT1.ASPMX.L.GOOGLE.COM.     20 ALT2.ASPMX.L.GOOGLE.COM.     20 ASPMX2.GOOGLEMAIL.COM.     30 ASPMX3.GOOGLEMAIL.COM.     30 ASPMX4.GOOGLEMAIL.COM.     30 ASPMX5.GOOGLEMAIL.COM.     30 ค่า Priority อาจใช้เป็นชุดตัวเลขอื่น เช่น 1, 3, 3, 5, 5, 5, 5 หรือ 1, 5, 5, 10, 10, 10, 10 และ รายการ MX Server address ต้องใส่จุด (.) ด้านท้ายทุกรายการ หลังจากอัพเดทข้อมูลครบแล้วก็รอ DNS ทั้งหมดอัพเดท เราก็จะสามารถใช้บริการ Google Apps (Email) ได้ทันทีผ่านทาง URL = http://mail.google.com/a/myweb.com

Yahoo! Mail หน้าตาใหม่

ต้องบอกก่อนว่าอันนี้ไม่ได้ไปเจอด้วยตัวเอง เพราะปกติใช้ Yahoo! Mail Plus ที่มี POP3 เอามาใช้ กับ Apple Mail ได้เป็นปกติอยู่แล้ว แต่ไปอ่านข่าว Yahoo! Mail หน้าตาใหม่ / Blognone เลยลอง sign in เข้าไปใช้งานดูซะหน่อยสิ เข้าไปที่ http://mail.yahoo.com ด้วย Safari browser ตอนแรกก็ปกติดีในแบบเก่า แต่พอลอง Yahoo! Mail Beta มันดันบอกว่าไม่รองรับ Safari ซะงั้น (ทำไมเค้าไม่ทำให้ใช้ได้ด้วยนะ ไม่เข้าใจเร้ย... Google Calendar ก็เหมือนกัน - ทำเป็นบ่นไปอย่างนั้นแหละเพราะคงไม่ค่อยได้ใช้แน่ อิอิ) ข้อความฟ้องว่าไม่รองรับ Safari pop-up ฟ้องว่าไม่รองรับ Safari อีกเช่นกัน -_-!! หลังจากที่มันไม่รองรับสุดยอด browser ที่เราถนัด ก็เลยลองเข้าใช้บริการด้วย firefox แทน (ใช้ได้แน่เพราะเค้าบอกไว้) หลังจาก sign in เข้าไปก็ผมหน้าตาปกติ คราวนี้มาลองคลิกตรงที่เค้าบอกว่า New! - Yahoo! Mail Beta. try it now. แล้วระบบก็จะให้เรายืนยันว่าจะเข้าใช้งานหรือเปล่า? โดยในส่วนนี้จะแจ้งให้รู้ว่า หากไม่พอใจก็สามารถกลับมาใช้รูปแบบเก่าได้ทุกเมื่อ หลังจากนั้นก็จะทำการโหลดหน้าตาแบบใหม่ Yahoo! Mail Beta แว๊บแรกที่เห็นนึกถึง Apple Mail ที่ใช้อยู่ทุกวัน (หลายคนที่ใช้ Outlook คงนึกแบบนี้เช่นกัน) ลองคลิกดูหน้าตา Apple Mail เพื่อเปรียบเทียบดูสิ ความสามารถโดยทั่วไปก็คือ สามารถลากและวาง (drag and drop) เมลได้เลย รวมทั้งมีการใช้ tap ในการทำงาน โดยถ้าหากลองแล้วไม่ชอบใจ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็สามารถกลับไปใช้ แบบเดิมๆ ได้เพียงคลิกที่ Switch back ด้านบน เท่านี้ก็เรียบร้อย เป็นไงบ้าง หลายคนที่ใช้ Yahoo! Mail อยู่ลองไปเล่นๆ กันนะครับ ;) ... แถมท้ายวันนี้ด้วย หน้าตา (ScreenShot) ใหม่ล่าสุดของ Windows Vista กันหน่อยดีกว่า ไม่รู้ว่าตอนนี้เค้าพัฒนาไปถึงไหนกันแล้ว และจะออกเมื่อไหร่ก็ไม่ทราบอีก (เพราะไม่ได้ติดตามเลยอ่ะ) :D ไปดูภาพจาก WinFuture.de แหล่งข่าวที่เดียวกับด้านบนครับ สกรีนช็อตใหม่จาก Vista 5361 / Blognone

ไม่เชื่อก็ควรอ่านไว้ประดับความรู้

ข้อความต่อไปนี้เป็นข้อความ FW:Mail มาจากบุคคลหนึ่ง ในเรื่องเกี่ยวกับการแปรรูป ปรับระบบกของรัฐวิสาหกิจต่างๆ ในประเทศไทย ที่กำลังเกิดขึ้นอยู่ในทุกวันนี้ โดยต้องขอบอกก่อนว่าผม(poakpong.com) ไม่ได้เป็นต้นฉบับสำหรับข้อความ เพียงแต่เห็นว่าเป็นข้อความที่น่าสนใจ และไม่ใช่ว่าข้อความต่อไปนี้จะถูกต้องเสมอไป โดยหลังจากอ่านแล้วจะเชื่อหรือไม่ ก็โปรดใช้วิจารณญาณส่วนตัวในการติดสินใจด้วยตนเองนะครับ
ทักษิณ กับ แผนการปล้นชาติ จับตา-แปรรูป การไฟฟ้าฝ่ายผลิต (กฟผ.) ขบวนการปล้นชาติ สร้างอาณาจักรใหม่ ดร.วุฒิพงษ์ เพรียบจริยวัฒน์ ผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษ แฉให้จับตาแปรรูป กฟผ. เข้าข่ายขบวนการปล้นชาติ วางแผนสร้างเป็นอาณาจักร Shin Energy อย่างแยบยล เชื่อมไฟเบอร์ออพติคเข้าเสาไฟฟ้า หวังขยายเครือข่ายโทรศัพท์ คาดเม็ดเงินสูง 6 หมื่นล้านบาท พร้อมเขย่าตลาดหุ้น ให้ดิ่งหรือดับได้ในกำมือ ต่อไปคนรวยที่สุดในโลกจะไม่ใช่ บิล เกทส์ อีกแล้ว แต่อยู่ใกล้ๆ แถวนี้เอง ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า การแปรรูปรัฐวิสาหกิจของรัฐบาลชุดนี้ ถือเป็นการวางแผนทางธุรกิจการเมือง ครั้งใหญ่ โดยเกี่ยวพัน 4 ส่วนด้วยกันคือ 1. ปตท. ซึ่งมีมูลค่าตลาดสูงถึง 1.3 ล้านล้านบาท ขณะที่มูลค่าตลาดหลักทรัพย์มีมูลค่า 5 ล้านล้านบาท 2. ปิโตรเคมี มีมูลค่าตลาด 3 แสนล้านบาท 3. ธุรกิจโทรคมนาคมอีก 5 แสนล้านบาท แค่รวมสามส่วนนี้ก็มีมูลค่ามหาศาลถึง 2.1 ล้านล้านบาท 4. กฟผ.ซึ่งยังไม่ได้เข้าตลาดจึงยังไม่รู้ว่ามีมูลค่าเท่าไหร่ แต่คาดว่าใกล้เคียงกับ ปตท. ทั้ง 4 ส่วนนี้น่าจะเป็นมูลค่า 3.4 ล้านล้านบาทเกินกว่ามูลค่าครึ่งหนึ่งของตลาดหลักทรัพย์ แสดงให้เห็นว่า ระบบเศรษฐกิจของไทยครึ่งหนึ่งอยู่ ในภาคธุรกิจพลังงาน แสดงให้เห็นว่า หมากเกมนี้ แหลมคมลุ่มลึกมาก ขณะเดียวกัน การคอรัปชั่นแบบคลาสสิค อย่างหักหัวคิวสนามบินสุวรรณภูมิก็ยังมีอยู่ การพิจารณาตัวบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการแปรรูป ปตท.จะพบว่า คนพวกนี้เคยขายบางจากมาก่อนแล้ว และต่อไป ก็จะมาทำการแปรรูป กฟผ.นี้ด้วย รัฐบาลจัดทีมชุดนี้วิ่งรอกตามจุดต่าง ๆ ที่ต้องการแปรรูป ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวว่า ในส่วนของโทรคนาคมนั้นมาเกี่ยวพันเป็น 1ใน 4 ของธุรกิจพลังงานได้ก็เพราะว่า เสาไฟฟ้าแรงสูง ของ กฟผ. ในส่วนของ แกนสายได้สอดสายไฟเบอร์ออพติคไว้แล้ว ถือเป็นโครงข่ายโทรคมนาคมที่วิเศษที่สุด ดีกว่าโครงข่าย ของ กสท.เสียอีก เพราะว่าเครือข่ายของ กฝผ.สามารถเข้าไปในบางพื้นที่ ที่กสท.เข้าไปไม่ได้ ตรงนี้ในอนาคตมีแนวโน้ม ที่จะฉีกออกไปเป็นอีกหนึ่งบริษัทคือ อีแก็ต-เทเลคอม ได้สบายเพราะเป็นเจ้าของสายไฟเบอร์ออพติคที่แพร่ขยายไปตาม ภูมิภาคต่าง ๆ ของประเทศ ลองคิดดูว่าคอมลิงค์ซึ่งเป็นสายไฟเบอร์ออพติค วิ่งเฉพาะตามทางรถไฟ ในแต่ละภูมิภาค มีสายไฟเบอร์ออพติคหลักอยู่เส้นเดียวยังสร้างความร่ำรวยได้มหาศาล แล้ว โครงข่ายของ กฝผ. ซึ่งเป็นกระดูกสันหลัง ที่ดีที่สุดในประเทศ จะมีมูลค่าขนาดไหน จริงอยู่ว่าสายไฟของกฟผ.ยังไม่สามารถเชื่อต่อมายังบ้านได้ จำเป็นต้องหา พันธมิตรเพื่อมาทำการเชื่อมต่อตรงนี้ ซึ่งการเชื่อมต่อมายังบ้านมี 2 แบบใหญ่ ๆ คือ แบบมี สาย ซึ่งก็คือ เครือข่ายของ การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ซึ่งคงมีการคิดกันแล้วว่าจะต้องมีการรวมกันเป็นรัฐวิสาหกิจหนึ่งแห่งก่อน แล้วค่อยนำไปขายในตลาดหลักทรัพย์ และ การเชื่อมต่อแบบไร้สาย ซึ่งอย่างหลังก็คือบริษัทโทรศัพท์มือถือต่าง ๆ นั่นเอง ผู้อำนวยการสถาบันสหัสวรรษกล่าวต่อว่า นอกจากนี้เทคโนโลยีในอนาคตนั้นจะทำให้ปลั๊กไฟบ้านสามารถเสียบสาย โทรศัพท์ได้ เพราะฉะนั้น สายไฟฟ้านอกจากจะจ่ายไฟฟ้ายังสามารถส่งผ่านสัญญาณโทรศัพท์ได้ หากรวม กฟผ., การไฟฟ้านครหลวง (กฟน.) และ การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ( กฟภ.) จะยิ่งใหญ่กว่าเครือข่ายของ ดีแทค และ เอไอเอส เพราะบริษัทเอกชนทั้งสอง ทำอย่างไรก็ไม่มีทางทำได้ขนาดนี้ ผมขอพูดเป็นสมการแบบง่าย ๆ ดังนี้ TMB (ธนาคารทหารไทย) บวก IFCT (บรรษัทเงินทุนอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย) บวก DBS (ธนาคารดีบีเอส) จะเท่ากับ Shin Bank ส่วนกรณี EGAT (กฟผ.) บวก PTT (ปตท.) จะเท่ากับ Shin Energy ซึ่งจะเชื่อมต่อกับ Shin Telecom เป็นอาณาจักรใหญ่ ซึ่งใหญ่กว่าครึ่งหนึ่งของระบบเศรษฐกิจประเทศ การนำ กฟผ.เข้าตลาดหุ้นจึงเป็นการต่อจิ๊กซอว์ เพื่อทำให้แผนการยึดครองเศรษฐกิจของประเทศสมบูรณ์แบบ ดร.วุฒิพงษ์ กล่าวต่อว่า ไม่เกิน 1 ถึง 2 ปีจากนี้ เราคงเห็นค่าไฟจากหน่วยละ 10 สลึงกลายเป็น 4 บาท ไม่ต่าง อะไรจากราคาน้ำมันในขณะนี้ หากมีการขึ้นค่าไฟฟ้าหน่วยละ 1 บาท เงินจะไหลเข้ากระเป๋าเจ้าของ กฝผ. หนึ่ง แสนสองหมื่นล้านบาทต่อปี ตรงนี้เฉพาะค่าไฟเท่านั้น ยังไม่รวมประโยชน์จากไฟเบอร์ออพติค ต่อไปนี้คนที่รวยที่สุดในโลกคงไม่ใช่ บิล เกตส์ อีกแล้ว แต่จะเป็นคนใกล้ตัว แถวนี้เอง การแปรรูปการไฟฟ้าจะร้ายแรงกว่า ปตท.มาก เพราะในบ้านเรากิจการการค้าน้ำมันยังผูกขาดไม่สมบูรณ์ มีหลายเจ้าที่ค้าน้ำมันแข่งกันกัน แต่สำหรับไฟฟ้านั้นหากเราไม่ซื้อไฟจาก กฝผ.ก็ต้องไปซื้อถ่านไฟฉายตราแมวดำมาใช้ "ไม่มีการปล้นชาติครั้งใดหอมหวานเท่าครั้งนี้ เป็นการทำให้อำนาจทางการเมืองควบรวมกับอำนาจทางเศรษฐกิจ อย่างสมบูรณ์ ที่ผ่านมาเราก็เห็นตัวอย่างจาก การกระจายหุ้น ปตท.แล้วว่าเกิดอะไรขึ้น หนึ่งในสามของหุ้น ปตท. ถือครองโดย หน่วยลงทุน 2 หน่วยจากสิงคโปร์ (ตัวแทนของไอ้โม่งในไทย) ใครก็ตามที่เป็นเจ้าของของหน่วยลงทุน ทั้ง 2 หน่วยนี้ จะได้ผลประโยชน์ถึง 6 หมื่นล้านบาท ที่สำคัญสามารถทำให้หุ้นขึ้นหรือลงได้แทบทุกวัน แค่บอกว่า จะขยายโรงกลั่นหรือ สร้างโรงไฟฟ้า หุ้นก็พุ่ง พออีกอาทิตย์บอกว่า จะทบทวนมติครม.หุ้นก็ดิ่ง (ปั่นหุ้นทำกำไรกันจนรวยเละ) เวลานี้บ้านเมืองกำลังถูกปลาหมึก ยักษ์กิน วิธีการสู้กับปลาหมึกยักษ์ อย่าไปแหย่ที่หนวด ให้แทงที่หัว" ดร.วุฒิพงษ์ กล่าว
อ่านจบแล้วพิจารณาด้วยตนเองนะครับ ไม่เชื่อก็ควรอ่านไว้ประดับความรู้.... :D อ้างอิงข้อความเดียวกันจากเว็บไซต์อื่นๆ - เว็บบอร์ดราชดำเนิน - เว็บบอร์ดผู้จัดการ

มหา'ลัยเหมืองแร่/ มารยาท/ คนรวย/ โดนถีบ

วันนี้เรื่องราวเยอะแยะ เก็บมานานหลายวันแล้วไม่มีโอกาสเอามาถ่ายทอดซะที วันนี้(25/06/2005)วันเสาร์ วันสบายๆ เลยถือโอกาสรวบยอดเลยละกัน มหา'ลัยเหมืองแร่ เกือบลืมไปแล้วนะเนี่ย เนื่องจากดูมานานหลายสัปดาห์แล้วยังไม่ได้ให้คะแนนเลยอ่ะ (เหมือนเคยนะ คะแนนนี้เป็นความเห็นส่วนบุคคล ไม่สามารถนำไปอ้างอิงได้) ภาพรวมที่รู้สึกหนังมีความสนุกในระดับที่ดี แต่ตอนเริ่มต้นออกจะเนิบนาบเนิ่นนานไปนิด พอมากลางๆ เรื่องความกระชับ ความสนุกก็ยิ่งมากขึ้น นักแสดงโดยรวมแสดงได้ไม่เคอะเขิน ดูแล้วทำให้เชื่อได้ว่าเป็นตัวละครนั้นจริงๆ ให้คะแนนเลยละกัน มหา'ลัยเหมืองแร่ 7.5 ... มาว่ากันเรื่องซีเรียสบ้างดีกว่า หลายคนคงได้มีโอกาสได้ใช้บริการรถตู้สาธารณะ ที่วิ่งกันให้ทั่วไปในเมืองและรอบเมือง มีทุกที่ อนุสาวรีย์ฯ หมอชิด สายใต้ พาต้า รามคำแหง บางนา ฯลฯ มีกันเกือบทุกถนน แล้วสำหรับคนที่ใช้บริการรถขนส่งประเภทนี้ก็ต้องการความเร็ว ความสะกวดในการเดินทาง ไม่ต้องต่อรถ จอดน้อยป้าย ถึงเร็วดี แต่การใช้รถโดยสารประเภทนี้ก็ต้องทำใจ และมีมารยาทมากกว่ารถเมล์หรือรถปอ อยู่นิดหน่อย วันนี้จะมาว่ากันด้วยเรื่อง มารยาทเบื้องต้นในการใช้บริการรถตู้
  • หากต้องขึ้นรถที่ต้นทาง(คิว) ควรให้เกียรติสำหรับผู้ที่มาถึงก่อน เป็นผู้ที่ได้ขึ้นรถก่อน - ไม่ใช่ใครมาก่อนไม่สน กูอยู่ใกล้ประตูกว่ากูจะขึ้น - แบบนี้ไม่ดีแน่อาจถึงขั้นเขม่นกันได้ เอาเป็นว่าใครมาถึงก่อนได้ขึ้นรถก่อนนะครับ
  • หากมาถึงรถพร้อมกันก็ควรจะเอ่ยปากถามกันสักนิดว่า คุณอีกคนลงที่ไหน ใครลงก่อนกัน - อันนี้จริงๆ แล้วก็ไม่ใช่อะไร แต่มันจะเป็นความสบายใจมากกว่า ใครลงไกลกว่า ขึ้นไปก่อน คนที่ลงใกล้ว่าจะได้ลง โดยไม่ต้องให้คนลงหลังต้องขยับตัวหลบให้
  • เมื่อขึ้นรถไปแล้วก็ควรทำตัวให้เรียบร้อย ไม่ใช่ขึ้นไปโทรศัพท์เสียงดังโวยวาย - ชีวิตจริงไม่ใช่โฆษณา dtac นะคร้าบ
  • ในการโดยสารรถตู้ควรจะจัดตัวเอง และสัมภาระให้อยู่ในพื้นที่ของตัวเองเท่านั้น (หมายถึงคุณมีสิทธิเต็มที่ 1 เบาะ) ไม่ควรจะเบียดเบียนคนอื่น เช่น เอากระเป๋าวางไว้ข้างตัว แล้วเขยิบมาเบียดคนที่นั่งข้างๆ - อันนี้ อาจจะโดนคนข้างๆ ด่าในใจว่า ทุกคนจ่ายเงินเท่ากัน แล้วทำไมต้องมาเบียดเบียนตูด้วยวะเนี่ย
  • ในการลงขึ้น-ลงรถ ประตูคือสิ่งหนึ่งที่ผู้ที่ขึ้น-ลง คนสุดท้าย (ณ ตอนนั้น) ต้องให้ควรใส่ใจ ถ้าขึ้น-ลง แล้วต้องปิดประตูด้วย ไม่ใช่ลงไปแล้วก็สะบัดตูดเดินหนีไปเลย ให้คนที่นั่นตาปริบๆ อยู่ในรถเป็นคนปิดให้ - ลงก็ไม่ได้ลง ยังต้องมาปิดประตูให้อีก
  • ควรปิดประตูรถเบาๆ
เพียงเท่านี้บรรยากาศในรถตู้ก็คงจะดีขึ้น ไม่มากก็น้อย ... วันก่อนได้ไปคุยเรื่องเว็บไซต์ของทางราชการอยู่อันหนึ่ง (ทำเสร็จไปแล้ว) เกี่ยวกับการแก้ไขเพิ่มเติมระบบข่าวและ bad link เราก็เข้าไปคุยบอกว่า เราเตรียมไว้หมดแล้วแค่เพียงเค้าเปิดบริการ data base ก็สามารถใช้ได้ทันที แต่เนื่องจากหน่วยงานนี้ใช้บริการโฮสพรีของ สบทร. อยู่จึงต้องทำเรื่องประสานงานนิดหน่อย ถึงจะใช้งานได้ ระหว่างนั้นก็มีการคุยเรื่อง ระบบ server อันใหม่ที่ทางหน่วยงานคิดว่าจะใช้งานต่อในอนาคต server เดิม (สบทร.) เปิดระบบปฏิบัติการ (os) linux ซึ่งเป็น free software ส่วน server ใหม่ที่จะใช้บริการ (หน่อยงานนี้ให้บริษัทเอกชนแห่งหนึ่งดูแลอยู่) เป็น os microsoft windows 2003 (หรืออะไรประมาณนี้แหละจำไม่ได้ ขี้เกียจจำ) อธิบายก่อนอ่านต่อ linux สามารถทำงานร่วมกับ php, mysql อื่นๆที่เป็น open source ส่วน microsoft windows สามารถทำงานร่วมกับ asp, mssql และอื่นๆ ที่ linux ใช้ได้ แต่ต้องลง feature เพิ่มเติม เราได้จัดการทำเว็บให้หน่วยงานนี้ไปเรียบร้อยแล้ว เป็นระบบ php, mysql ซึ่งโดยหลักการน่าจะใช้ได้กับทุก server แต่ server ใหม่นี้ จากการพูดคุยเค้าบอกให้เราไปทำระบบใหม่ เพื่อใช้ได้กับ server ใหม่ เอาละครับ กลายเป็นงานใหญ่เลย สุดท้ายก็ตกลงกันได้ว่า ในส่วนของเว็บไซต์นี้ ควรจะให้อยู่ในจุดเดิม (สบทร.) ดีที่สุด เพราะไม่ต้องเขียนโปรแกรมใหม่ และใช้งานได้ต่อเนื่องไปเลย แต่ที่เราติดใจ(นิดๆ) กับคำพูดของคนที่เราติดต่อประสานงานด้วย เค้าพูดประมาณว่าที่ สบทร. ใช้ linux แล้ว server ใหม่ใช้ microsoft windows เพราะ สบทร. ไม่มีปัญญาจ่ายเงินค่าลิขสิทธิ์หรอก - ประเด็นนี้ผมว่า มันไม่ใช่ไม่มีปัญญาหรอกครับ ผมว่าคนที่มีแต่เงินใช้ของลิขสิทธิ์ต่างๆ แต่ไม่มีปัญญาที่จะเอาของฟรีมาใช้ด้วยนี่มัน ไม่มีปัญญามากกว่านะ การใช้ของฟรี (linux) ไม่ใช่ไม่มีปัญญา แต่เป็นการลดต้นทุนและเป็นการสร้างความสามารถให้กับผู้ใช้งานได้มากกว่า อะไรๆ ก็ microsoft นี่หรือคนที่จะดูแลเว็บไซต์หน่วยงานราชการ ดีแต่หยิบข้อดีแต่ไม่บอกข้อเสีย มาฟันเงินเค้ามากกว่าละมั้ง ... ในสังคมทุกวันนี้ การพบปะผู้คน มากหน้าหลายตา การเข้าสังคมต่างๆ เป็นเรื่องที่ต้องทำ ยิ่งมี connection มากการใช้ชีิวตต่อไปก็จะง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะไปที่ไหน ก็สามารถขอความช่วยเหลือได้ไม่ยากนัก แต่วันก่อนผมโดนถีบออกมาจากสังคมที่ไม่อยากให้ผมเข้าไปใกล้... เค้าคงคิดว่าผมนี้ want จะเข้าไปหาเค้านักหนา เค้าก็มีสิทธิที่จะคิด เอาเป็นว่าตอนนี้ถ้าผมยังหน้าด้านเข้าไปในสังคมนั้นอีกก็คงจะลำบาก - แต่ยังไงเสียก็เป็นเพียงคนกลุ่มหนึ่ง หรือเพียงแค่คนๆหนึ่งที่(พยายาม)ทำตัวเป็นผู้นำสังคมนั้น เป็นคนที่ผมคงจะลดความสำคัญของเค้าลงในที่สุด แต่คิดแล้วก็ขำ แค่ email ฉบับเดียวกับระบบห่วยๆ มันทำให้คนเราคิดไปได้ขนาดนั้น ผมก็คงต้องทำใจละนะ ^_^ ...

คัสโตเมอร์โวย ว่าด้วยบริการ

คัสโตเมอร์โวย หรือ Costomer Voice เป็นคอลัมน์หนึ่งในหนังสือ BrandAge (รู้จักป่ะ?) ที่คอยเขียนถึงสินค้าและบริการของบริษัทต่างๆ อ่านแล้วเพลินดี คราวนี้ขออนุญาตนำคอนเซปของคอลัมน์เอามาเขียนบาง ลองดูละกันนะ -- ปกติเข้าไปเติมน้ำมันใช้เวลากันประมาณเท่าไหร่ (รถยนต์ก็คงประมาณ 5-10 นาที / รถมอ'ไซด์ ก็คงไม่เกิน 5 นาที) เมื่อคืนนี้เวลาประมาณ 4 ทุ่ม 45 บนถนนตลิ่งชัน-สุพรรณบุรี ขาออก ณ ปั้มน้ำมัน JET ปั้มสุดท้ายก่อนถึงทางแยก บ้านกล้วย-ไทรน้อย มีรถเข้ามาใช้บริการจำนวนหนึ่ง (ดูรูปประกอบ) ดีมานเยอะ แต่ซัพพลาย น้อยมาก (ในที่นี้หมายถึง เด็กปั้ม) มีแค่ 3 คน วิ่งไปวิ่งมา (แถมวิ่งเหยาะๆ ด้วยอ่ะ) สรุปว่ากะเวลาที่จอดรถรอเติมน้ำมันประมาณ 10-15 นาทีได้ แต่เติมน้ำมันไม่ถึงนาที (ออคเทน 91, 60 บาท) ลองแกล้งถามเด็กปั้มว่า มีคนแค่นี้หรอ เด็กปั้มได้แต่ยิ้มไม่ตอบอะไร จริงอยู่ที่วัฒนธรรมบ้านเราไม่เหมือนตะวันตก ที่เค้าจะมีเด็กปั้มไว้แค่คอยให้แค่แนะนำ - บางปั้มอาจจะไม่มีเลย ลูกค้าต้องเติมเอง หากเมื่อคืนนี้ เติมกันเองได้ ก็คงไม่จะติดขัดขนาดนั้น ไม่รู้ว่าที่มีเด็กปั้มจำนวนน้อย เพราะเจ้าของปั้มคิดว่า ดึกแล้วไม่ต้องมีเด็กเยอะก็ได้ หรือคิดว่าเด็กแค่นี้ก็เอาอยู่ ความคิดเหล่านั้นคงจะผิดหมด สรุปแล้วก็กลับเข้าบ้านด้วยความเซ็งจากการรอเติมน้ำมัน ความเซ็งยังไม่หยุดแค่ปั้ม JET แต่มันตามมายัง Internet ด้วย -- เมื่อฟรีอีเมล์ จะไม่ฟรีอีกต่อไปแล้ว ไม่รู้ว่าเอาความคิดนี้มาจากไหน หรือว่าไม่มีคนใช้บริการ host ละมั้ง เลยมาเก็บกับผู้ใช้บริการอีเมล์ คงไม่ต้องบอกหรอกนะว่าอีเมล์อะไรเอาเป็นว่าชื่อคล้าย เมล์ๆซี่ๆ นี่แหละ - หน้าตาอินเทอร์เฟส ก็งั้นๆ เหมือนอีเมล์ห่วยๆ ทั่วไป ด้านซ้ายเป็นเมนู รูปแบบสู้ yahoo, hotmail ไม่ได้ (ดูภาพประกอบ) ไม่ติดฝุ่น (แล้วไปใช่ทำไมฟ่ะ? - เคยมีอีเมล์หลายอันรึเปล่า? แล้วมีบางอันที่เอาไว้ใช้สำหรับเว็บที่ไม่ต้องการบอกอีเมล์จริงบ้างมั้ย - นี่แหละทางออกสำหรับเว็บไร้สาระที่ต้องกรอกข้อมูล) แต่มาวันนี้ อีเมล์ที่เราไม่ค่อยได้ให้ความสำคัญ พยายามจะทำตัวเองให้สำคัญ สิ่งที่ตามมาก็คือ ตูไม่ใช้ก็ได้ฟะ!! เอาเป็นว่าไม่ใช้ก็ไม่ใช้ หาฟรีอีเมล์อันใหม่ก็ได้ ก็หวังว่าไอ้ เมล์ๆซี่ๆ คงจะมีคนใช้เท่าเดิม(-1) ละกันนะ จะได้ร่ำรวยๆ สาธุ...
Subscribe to E-mail