Skip to main content

สุราก้าวหน้า ของ พิธา ก้าวไกล "แก้บรรทัดเดียว ลุกทั้งแผ่นดิน" คืออะไร?

ในการประชุมสภาผู้แทนราษฎร ในวาระอภิปรายไม่ไว้วางใจรัฐบาลแบบไม่ลงมติ เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2565 ที่ผ่านมา ในช่วงท้ายของการอภิปรายไม่ไว้วางใจ ของ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรคก้าวไกล ส.ส. ระบบบัญชีรายชื่อ ได้กล่าวในตอนท้ายของการอภิปราย ในเรื่องการเพิ่มรายได้ให้กับประเทศไทยว่า "แก้บรรทัดเดียว ลุกทั้งแผ่นดิน รายได้ประเทศไทย"

อัตราภาษีสรรพสามิต ฉบับใหม่ พ.ศ. 2560 สถานอาบน้ำ เก็บภาษี รอบละ 1,000 บาท

จากข่าว ราชกิจจาฯ ก.ม.ภาษีสรรพสามิตใหม่ บุหรี่ 5 บาทต่อมวน-อาบอบนวด 1พันต่อรอบ (เว็บไซต์ ไทยรัฐ) ที่รายงานว่า...

พิกัดอัตราภาษียาสูบ หน่วยละ 5 บาทต่อปริมาณหนึ่งมวน สุราแช่ ชนิดเบียร์ หน่วยละ 3,000 บาทต่อปริมาณหนึ่งลิตร ส่วนสถานอาบน้ำ หน่วยละ 1,000 บาทต่อรอบ เปลี่ยนฐานในการคำนวณภาษีตามมูลค่าจากเดิม

จากข้อมูลในตอนท้ายของ พระราชบัญญัติ ภาษีสรรพสามิต พ.ศ. 2560 ได้ระบุบัญชีพิกัดอัตราภาษีสรรพสามิต ในส่วนของ สถานอาบน้ำหรืออบตัว และนวด เอาไว้ดังนี้

poakpong Wed, 2017-03-22 - 14:27
ว่าด้วย มาตรา 44 ของรัฐธรรมนูญ (ชั่วคราว) พ.ศ. 2557

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 ประกาศเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม 2557 มีอยู่ 1 มาตรา ที่สามารถใช้แทน (replace) กฎหมายทุกข้อ ในประเทศไทย นั้นคือ มาตรา 44 หรือ ม.44 ที่หลายคนพูดจนติดปาก และเห็นว่ามันดี

poakpong Sun, 2017-02-26 - 10:20
รัฐธรรมนูญ มาตรา 171 และ มาตรา 172 เขียนไว้ว่าอย่างไร ?

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560

รัฐธรรมนูญ มาตรา 171 ว่าด้วยการพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรี ในรัฐธรรมนูญ ฉบับ พ.ศ. 2560

รัฐธรรมนูญ มาตรา 167

รัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่ง เมื่อ

(1) ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงตามมาตรา 170
(2) อายุสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎร
(3) คณะรัฐมนตรีลาออก
(4) พ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144

เมื่อรัฐมนตรีทั้งคณะพ้นจากตำแหน่งตาม (1) (3) หรือ (4) ให้ดำเนินการเพื่อให้มีคณะรัฐมนตรีขึ้นใหม่ตามมาตรา 158 และมาตรา 159

รัฐธรรมนูญ มาตรา 168

ให้คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปภายใต้เงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) (2) หรือ (3) ให้อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะเข้ารับหน้าที่ เว้นแต่ในกรณีที่นายกรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (1) เพราะเหตุขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 98 หรือมาตรา 160 (4) หรือ (5) นายกรัฐมนตรีจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้

(2) ในกรณีพ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (4) คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งจะอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้

ในกรณีที่คณะรัฐมนตรีอยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปมิได้ตาม (2) หรือคณะรัฐมนตรีที่อยู่ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปลาออกทั้งคณะ และเป็นกรณีที่ไม่อาจดำเนินการตามมาตรา 158 และมาตรา 159 ได้ไม่ว่าด้วยเหตุใด หรือยังดำเนินการตามมาตรา 158 และมาตรา 159 ไม่แล้วเสร็จ ให้ปลัดกระทรวงปฏิบัติหน้าที่แทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงนั้นๆ เฉพาะเท่าที่จำเป็นไปพลางก่อน โดยให้ปลัดกระทรวงคัดเลือกกันเองให้คนหนึ่งปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี

รัฐธรรมนูญ มาตรา 169

คณะรัฐมนตรีที่พ้นจากตำแหน่งตามมาตรา 167 (2) และต้องปฏิบัติหน้าที่ต่อไปตามมาตรา 168 ต้องปฏิบัติหน้าที่ตามเงื่อนไข ดังต่อไปนี้

(1) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติงานหรือโครงการ หรือมีผลเป็นการสร้างความผูกพันต่อคณะรัฐมนตรีชุดต่อไป เว้นแต่ที่กำหนดไว้แล้วในงบประมาณรายจ่ายประจำปี

(2) ไม่แต่งตั้งหรือโยกย้ายข้าราชการซึ่งมีตำแหน่งหรือเงินเดือนประจำหรือพนักงานของหน่วยงานรัฐ รัฐวิสาหกิจ หรือกิจการที่รัฐถือหุ้นใหญ่ หรือให้บุคคลดังกล่าวพ้นจากการปฏิบัติหน้าที่ หรือพ้นจากตำแหน่ง หรือให้ผู้อื่นมาปฏิบัติหน้าที่แทน เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(3) ไม่กระทำการอันมีผลเป็นการอนุมัติให้ใช้จ่ายงบประมาณสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็น เว้นแต่จะได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการการเลือกตั้งก่อน

(4) ไม่ใช้ทรัพยากรของรัฐหรือบุคลากรของรัฐเพื่อกระทำการใดอันอาจมีผลต่อการเลือกตั้งและไม่กระทำการอันเป็นการฝ่าฝืนข้อห้ามตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด

รัฐธรรมนูญ มาตรา 170

ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว เมื่อ

(1) ตาย
(2) ลาออก
(3) สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ
(4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160
(5) กระทำการอันเป็นการต้องห้ามตามมาตรา 186 หรือมาตรา 187
(6) มีพระบรมราชโองการให้พ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามมาตรา 171

นอกจากเหตุที่ทำให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัวตามวรรคหนึ่งแล้ว ความเป็นรัฐมนตรีของนายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเมื่อครบกำหนดเวลาตามมาตรา 158 วรรคสี่ ด้วย

ให้นำความในมาตรา 82 มาใช้บังคับแก่การสิ้นสุดของความเป็นรัฐมนตรีตาม (2) (4) หรือ (5) หรือวรรคสอง โดยอนุโลม เพื่อประโยชน์แห่งการนี้ ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งมีอำนาจส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยได้ด้วย

รัฐธรรมนูญ มาตรา 171

พระมหากษัตริย์ทรงไว้ซึ่งพระราชอำนาจในการให้รัฐมนตรีพ้นจากความเป็นรัฐมนตรีตามที่นายกรัฐมนตรีถวายคำแนะนำ

รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550

รัฐธรรมนูญ มาตรา 171 และ มาตรา 172 ในรัฐธรรมนูญ พ.ศ. 2550 ในประเด็นที่มาของนายกรัฐมนตรี และคณะรัฐมนตรี ว่ามาจากวิธีการใดได้บ้าง

รัฐธรรมนูญ มาตรา 171

พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งนายกรัฐมนตรีคนหนึ่งและรัฐมนตรีอื่นอีกไม่เกินสามสิบห้าคนประกอบเป็นคณะรัฐมนตรี มีหน้าทีบริหารราชการแผ่นดินตามหลักความรับผิดชอบร่วมกัน

นายกรัฐมนตรีต้องเป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรซึ่งได้รับแต่งตั้งตามมาตรา 172

ให้ประธานสภาผู้แทนราษฎรเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการแต่งตั้งนายกรัฐมนตรี

นายกรัฐมนตรีจะดำรงตำแหน่งติดต่อกันเกินกว่าแปดปีมิได้

รัฐธรรมนูญ มาตรา 172

ให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาให้ความเห็นชอบบุคคลซึ่งสมควรได้รับแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีให้แล้วเสร็จภายใน สามสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมรัฐสภา เป็นครั้งแรกตามมาตรา 127

การเสนอชื่อบุคคลซึ่งสมควรได้รับการแต่งตั้งเป็นนายกรัฐมนตรีตามวรรคหนึ่ง ต้องมีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎรรับรอง

มติของสภาผู้แทนราษฎรที่เห็นชอบด้วยในการแต่งตั้งบุคคลใดให้เป็นนายกรัฐมนตรี ต้องมีคะแนนเสียงมากว่ากึ่งหนึ่งของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร การลงมติในกรณีเช่นว่านี้ให้กระทำโดยการลงคะแนนโดยเปิดเผย

poakpong Tue, 2014-05-13 - 14:12
เนื้อหา รายละเอียด พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ฉบับเหมาเข่ง-สุดซอย ผ่านสภา วาระ 3

บันทึกเอาไว้เล็กน้อย สำหรับเนื้อหา รายละเอียด ของร่าง "พระราชบัญญัตินิรโทษกรรมแก่ผู้ซึ่งกระทำความผิดเนื่องจากการชุมนุมทางการเมือง การแสดงออกทางการเมืองของประชาชน พ.ศ. ..." หรือที่เรียกกันติดปากว่า พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เหมาเข่ง-สุดซอย ที่ผ่านที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร์วาระ 2-3 แบบเร่งด่วน ในค่ำคืนฮาโลวีน 31 ตุลาคม 2556 ที่ผ่านมา

เนื้อหา ของ พ.ร.บ.นิรโทษกรรม เหมาเข่ง-สุดซอย มีทั้งสิ้น 7 มาตรา โดยมีรายละเอียดดังนี้

poakpong Tue, 2013-11-05 - 01:16
การแก้ไข มาตรา 112 ไม่ใช่ ล้มล้างสถาบันฯ

คณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112

สืบเนื่องจาก ข้อเสนอแก้ไข มาตรา 112 ในประมวลกฎหมายอาญา ของคณะรณรงค์แก้ไขมาตรา 112 (ครก. 112) ซึ่งเป็นการรวมตัวของหลายภาคส่วน โดยมีคณะนิติราษฎร์เป็นส่วนหนึ่งในคณะรณรงค์ฯ

และจากข้อเสนอดังกล่าว ทำให้มีความเห็นตามมามากมาย โดยเฉพาะหลายคนวิจารณ์ว่าข้อเสนอนี้เป็นการล้มสถาบันฯ

ตัวบทของ มาตรา 112 ในปัจจุบันเขียนไว้ว่า “มาตรา 112 ผู้ใดหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ พระราชินี รัชทายาท หรือผู้สำเร็จราชการแทนพระองค์ ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่สามปีถึงสิบห้าปี” ซึ่งจากถ้อยความข้างตัน จะเห็นว่ามาตราดังกล่าว เขียนไว้แบบกว้าง และไม่ได้ระบุฐานความผิดที่ชัดเจน อย่างไรคือการดูหมิ่น อย่างไรคือความอาฆาตมาดร้าย รวมทั้งสิ่งสำคัญ กฎหมายอาญามาตรา 112 นี้ อนุญาตให้ผู้ใดคนใดก็ได้ สามารถยื่นกล่าวโทษบุคคลอื่นได้โดยตรง

และถ้าเปรียบเทียบกับข้อเสนอของ ครก. 112 ซึ่งร่างโดยนิติราษฎร์ ได้ทำการขยายเพิ่มเติม พร้อมทั้งกำหนดความชัดเจนของกฎหมาย ดังนี้

poakpong Tue, 2012-01-31 - 21:56
กฎอัยการศึก
กฎอัยการศึกมีไว้เพื่ออะไร?... เป็นกฎหมายซึ่งได้ตราขึ้นไว้สำหรับประกาศใช้ เมื่อมีเหตุจำเป็นเพื่อรักษาความสงบเรียบร้อยในบ้านเมือง เช่น ในกรณีเกิดสงคราม การจลาจล การเริ่มใช้ และยกเลิกประกาศกฎอัยการศึก... ตาม พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 กำหนดการประกาศใช้งานไว้ 2 ทางคือ 1) ประกาศพระบรมราชโองการให้ใช้กฎอัยการศึก (มาตรา 2) และ 2) ผู้บังคับบัญชาทหาร ซึ่งมีกำลังอยู่ใต้บังคับไม่น้อยกว่าหนึ่งกองพัน แต่จะต้องรีบรายงานให้รัฐบาลทราบโดยเร็วที่สุด (มาตรา 4) และวิธีการยกเลิปประกาศกฎอัยการศึก ทำได้ทางเดียวคือ ต้องมีประกาศกระแสพระบรมราชโองการเสมอ สถานการณ์กฎอัยการศึกในปัจจุบัน... ณ เดือนกันยายน 2550 ประเทศไทยยังประกาศกฎอัยการศึกในเขต 35 จังหวัดทั่วประเทศ (ประกาศยกเลิก 41 จังหวัดในวันที่ 28 พฤศจิกายน 2006 จากเมื่อครั้งวันที่ 19 กันยายน 2006 ประกาศกฎอัยการศึกทั่วประเทศ) โดยฝ่ายรัฐบาล และคมช. ไม่มีท่าทีที่จะยกเลิกกฎอัยการศึกในพื้นที่ที่เหลือดังกล่าว แม้จะมีรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เรียบร้อยแล้ว โดยอ้างความสงบของบ้านเมือง และยังย้ำว่ากฎอัยการศึกไม่มีผลกระทบคนดี แต่ก็ยังไม่สามารถบอกได้ว่า ทำไมยังต้องคงการใช้กฎอัยการศึกต่อไปจนกว่าจะพ้นการเลือกตั้ง เนื้อหา พ.ร.บ.กฎอัยการศึก พ.ศ.2457 คลิกอ่านได้ที่นี่
poakpong Sun, 2007-09-09 - 14:56
14 ล้าน ? 10 ล้าน ? 4 แสน ? ใครชนะ ?
คะแนนอย่างไม่เป็นทางการ 20 ส.ค. 50, 12.30 น. รับ : 14,249,520 คิดเป็น 56.66% ไม่รับ : 10,419,912 คิดเป็น 41.43% บัตรเสีย : 479,715 คิดเป็น 1.91 % ผู้มีสิทธิทั้งหมด : 45,658,178 ผู้มาใช้สิทธิ : 25,149,147 คิดเป็น 54.80% ที่มา.. 202.60.199.51 และ ect.go.th บล็อกนี้ขอเขียนถึงคะแนนเสียง Vote No ทั้ง 10 ล้านเสียง (รวมทั้งบัตรเสีย อีก 4 แสน) ที่ช่วยกันบอกว่า เราไม่ต้องการ ร่างรัฐธรรมนูญที่ได้มาจากเผด็จการทหาร
poakpong Mon, 2007-08-20 - 12:53
ชุมชน กฎ ประชาธิปไตย เผด็จการ ความเป็นเจ้าของ !
ช่วงที่ผ่านมาได้มีโอกาศอ่านกระทู้ในเว็บไซต์หนึ่งที่พูดถึงระบบ ชุมชน กับ การเกิดของระบบในชุมชน ว่าแท้จริงแล้วมันมีหลายมิติ โดยข้อความในกระทู้นั้นได้แยกแยะในประเด็นของ ชุมชนในโลกเสมือน และชุมชนในโลกจริง ดังนี้ quote จุดต่างกันระหว่าง ชุมชนอินเทอร์เน็ตที่มีผู้เริ่มก่อตั้งที่ชัดเจน กับ ชุมชนประเทศที่ไม่มีอะไรชัดเจนและคงดำรงอยู่ไม่ได้เลยหากไม่มีประชาชน สิ่งที่ต่างกันก็คือ การเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในชุมชนหนึ่งๆ ในโลกไซเบอร์ (อาทิ ในเว็บบล็อค เว็บบอร์ด กระดานข่าว) คุณผู้เลือก จำเป็นต้องยอมรับ กฎ และระเบียบที่ถูกตั้งขึ้นโดย "ผู้ก่อตั้งชุมชน" นั้นก่อน และย่อมเป็นไปไม่ได้เลย ที่คุณจะเลือกเขามาก่อตั้ง หรือบอกให้เขาต้องกำหนด กฎ หรือ ทำอะไรตามที่คุณชอบ เพราะคุณเข้ามาทีหลังผู้ก่อตั้งนะ อย่าลืม! ดังนั้น คุณจะเรียก มติ กฎ มารยาท ที่ถูกตั้ง และถูกใช้เหล่านั้นว่า เป็น "เผด็จการ" ไม่ฟังเสียงคนในชุมชน ได้อย่างไร? ในเมื่อคุณยอมเข้ามาในชุมชน ที่มีกฎแบบนั้นมาตั้งแต่แรก? ในขณะที่ ชุมชนประเทศ คนในประเทศจำนวนไม่น้อยอยู่มาก่อน "ผู้นำ" หรือ "ผู้ขีดขอบเขตประเทศ" เช่นนี้ กฎหมาย หรือกฎระเบียบใดๆ จึงย่อมต้องมาจากเสียงของผู้อยู่มาก่อนเหล่านั้นทั้งหมด อยู่เอง (จะโดยตัวแทน หรือโดยตรงก็ว่ากันไป) มันถึงจะถูก หากจู่ๆ คนๆ หนึ่ง ที่อาจอยู่มาพร้อมกัน หรืออย่างเลวที่สุด มาอยู่ทีหลังผู้คนอีกจำนวนมาก ลุกขึ้นตั้งกฎใช้กับคนอื่นๆ หรือทำอะไรโดยไม่ฟังเสียงคนอื่นๆ ก็ควรต้องเรียกเจ้าคนนั้นกันล่ะว่า มันเป็น "เผด็จการ" ----- ลองมาคิดดู เป็นจริงทุกประการกับข้อความข้างต้น แล้วแต่ว่าในชุมชนในโลกเสมือนในแต่ละแห่ง(เว็บไซต์นั้นๆ) จะเห็นภาพของผู้ตั้งชุมชนชัดเจนแค่ไหน มี อาจารย์ท่านหนึ่งเคยคอมเม้นว่า ถ้าจะให้ชุมชนในโลกเสมือนอยู่ได้นานๆ เจ้าของ/ผู้ก่อตั้ง ต้องแสดงความเป็นเจ้าของให้น้อย (แบบว่าหายๆ ไปหน่อย) พูดแล้วกลับมานึกถึงเว็บสองเว็บที่เกี่ยวข้องบ่อยๅ (1) ThaiMacClub.net ที่พักนี้ ทีมงานคนดูแลหายตัวไปกันหมด และ (2) Freemac.net ที่เจ้าของทำงาน จนลืมไปแล้วมั้งว่ามีเว็บนี้อยู่ (ฮาๆๆๆ) แต่ทั้งสองเว็บที่ว่า กระทู้วิ่งมากๆ วันนึงหลายสิบกระทู้ สมาชิกแสดงความคิดเห็นกันสนุกสนาน เอาล่ะจะเล่นเว็บไหน ก็ขอให้มีความสุข ถ้าเกิดวันไหนไม่สุข มันก็หมดสนุกล่ะครับ อิอิ หมายเหตุ1: ข้อความข้างต้นคัดลอกมาบางส่วนเท่านั้น หมายเหตุ2: ขออภัยที่ไม่เปิดเผยต้นทางของกระทู้ เพราะอาจจะทำให้บุคคลที่สาม,ที่สี่เกิดความไม่สบายใจ
poakpong Mon, 2007-05-14 - 11:25
Subscribe to Law