ย้อนอ่าน มาตรา 256 ใน รธน. 2560 ที่กำหนดไว้ว่า ในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ จะต้องมีเสียง สว. เห็นด้วยไม่น้อยกว่าหนึ่งในสาม (67 คน จาก 200 คน) และถ้ามองไปที่สมาชิกวุฒิสภาตอนนี้ สวมเสื้อสีเหลืองหัวใจเดียวกันพร้อมกันทุกวัน มีจำนวนมากถึงประมาณ 150 คน ซึ่งอาจจะเป็นเรื่องยาก ที่จะมีผู้เห็นด้วยในการแก้ไขรัฐธรรมนูญ ให้มากกว่าที่ รธน. มาตรา 256 กำหนดไว้
เดิมที รัฐธรรมนูญฯ 2560 ฉบับปัจจุบัน มี หมวด 15 "การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญ" และ หมวด 16 "การปฏิรูปประเทศ"
โดยในร่างแก้ไข รธน. ของพรรคประชาชน เสนอให้เพิ่ม หมวด 15/1 โดยจะอยู่ต่อจากหมวด 15 และเป็นเรื่องเกี่ยวข้องกับ "การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่" และมีรายละเอียดมาตราจำนวน 29 มาตรา ดังนี้
“หมวด 15/1
การจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่
มาตรา 256/1 ให้มีสภาร่างรัฐธรรมนูญทำหน้าที่จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามหมวดนี้ประกอบด้วยสมาชิกจำนวนสองร้อยคน ซึ่งมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชน ดังนี้
(1) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้ง โดยใช้เขตจังหวัดเป็นเขตเลือกตั้งจำนวนหนึ่งร้อยคน
(2) สมาชิกซึ่งมาจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อ โดยใช้เขตประเทศเป็นเขตเลือกตั้ง จำนวนหนึ่งร้อยคน
การเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ โดยให้ใช้บัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแบบละหนึ่งใบ
มาตรา 256/2 การกำหนดจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ที่แต่ละจังหวัดจะพึงมี ให้ดำเนินการตามวิธีการ ดังต่อไปนี้
(1) ให้ใช้จำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เฉลี่ยด้วยจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญดามมาตรา 256/1 (1) จำนวนหนึ่งร้อยคน จำนวนที่ได้รับให้ถือว่าเป็นจำนวนราษฎรต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) หนึ่งคน
(2) จังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) หนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ในจังหวัดนั้นได้หนึ่งคน
(3) จังหวัดใดมีราษฎรเกินจำนวนราษฎรต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) หนึ่งคน ให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ในจังหวัดนั้นเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์จำนวนราษฎรต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) หนึ่งคน แต่จะเพิ่มจนทำให้จังหวัดใดมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) เกินห้าคนมิได้
(4) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ของแต่ละจังหวัดตาม (1) (2) และ (3) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ยังไม่ครบหนึ่งร้อยคน จังหวัดใดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (2) และ (3) มากที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งคน และให้เพิ่มสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาตามลำดับจนครบจำนวนหนึ่งร้อยคน
(5) เมื่อได้จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ของแต่ละจังหวัดตาม (1) (2) และ (3) แล้ว ถ้าจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) เกินหนึ่งร้อยคน จังหวัดใตที่มีจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) สองคนขึ้นไป จากการคำนวณตาม (1) (2) และ (3) และมีเศษที่เหลือจากการคำนวณตาม (2) และ (3) น้อยที่สุด ให้จังหวัดนั้นมีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ลดลงหนึ่งคน และให้ลดสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ตามวิธีการดังกล่าวแก่จังหวัดที่มีเศษที่เหลือจากการคำนวณนั้นในลำดับรองลงมาดามลำดับจนเหลือจำนวนหนึ่งร้อยคน
มาตรา 256/3 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีในวันเลือกตั้ง
(3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาไม่น้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งซึ่งอยู่นอกเขตเลือกตั้งที่ตนมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน หรือมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในเขตเลือกตั้งเป็นเวลาน้อยกว่าเก้าสิบวันนับถึงวันเลือกตั้ง หรือมีถิ่นที่อยู่นอกราชอาณาจักร จะขอลงทะเบียน เพื่อออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งนอกเขตเลือกตั้ง ณ สถานที่ และตามวันเวลา วิธีการ และเงื่อนไขที่บัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรก็ได้
มาตรา 256/4 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้ในวันเลือกตั้ง เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
(1) อยู่ในระหว่างถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งไม่ว่าคดีนั้นจะถึงที่สุดแล้วหรือไม่
(2) ต้องคุมขังอยู่โดยหมายของศาลหรือโดยคำสั่งที่ชอบด้วยกฎหมาย
(3) วิกลจริตหรือจิตฟั่นเฟือนไม่สมประกอบ
มาตรา 256/5 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้ เป็นผู้มีสิทธิสมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
(1) มีสัญชาติไทย
(2) มีอายุไม่ต่ำกว่าสิบแปดปีนับถึงวันเลือกตั้ง
(3) ผู้สมัครรับเลือกตั้งแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา 256/1 (1) ต้องมีลักษณะอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ด้วย
(ก) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้ง
(ข) อาศัย ทำงาน หรือศึกษา อยู่ในเขตเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันเลือกตั้งตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และเงื่อนไขที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด
(ค) เป็นบุคคลซึ่งเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
(ง) เคยศึกษาในสถานศึกษาที่ตั้งอยู่ในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้งเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปีการศึกษา
(จ) เคยรับราชการหรือปฏิบัติหน้าที่ในหน่วยงานของรัฐ หรือเคยมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง แล้วแต่กรณี เป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าสามปี
มาตรา 256/6 บุคคลผู้มีลักษณะดังต่อไปนี้เป็นบุคคลต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิสมัครรับเลือกตั้ง เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1
(1) เป็นบุคคลผู้มีลักษณะต้องห้ามมิให้ใช้สิทธิเลือกตั้งตามมาตรา 96 (1) (2) หรือ (4)
(2) ต้องคำพิพากษาให้จำคุกและถูกคุมขังอยู่โดยหมายของศาล
(3) ติดยาเสพติดให้โทษ
(4) เคยเป็นบุคคลล้มละลายทุจริต
(5) เคยถูกสั่งให้พ้นจากราชการ หน่วยงานของรัฐ หรือรัฐวิสาหกิจเพราะทุจริตต่อหน้าที่ หรือถือว่ากระทำการทุจริตหรือประพฤติมิชอบในวงราชการ
(6) เคยต้องคำพิพากษาหรือคำสั่งของศาลอันถึงที่สุดให้ทรัพย์สินตกเป็นของแผ่นดินเพราะร่ำรวยผิดปกติ หรือเคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดให้ลงโทษจำคุกเพราะกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต
(7) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำความผิดต่อตำแหน่งหน้าที่ราชการ หรือต่อตำแหน่งหน้าที่ในการยุติธรรม หรือกระทำความผิดตามกฎหมายว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ ความผิดตามกฎหมายว่าด้วยการกู้ยืมเงินที่เป็นการฉ้อโกงประชาชน กฎหมายว่าด้วยยาเสพติดในความผิดฐานเป็นผู้ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือผู้ค้า กฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการค้ามนุษย์ หรือกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงินในความผิดฐานฟอกเงิน
(4) เคยต้องคำพิพากษาอันถึงที่สุดว่ากระทำการอันเป็นการทุจริตในการเลือกตั้ง
(9) เคยพ้นจากตำแหน่งเพราะเหตุตามมาตรา 144 หรือมาตรา 235 วรรคสาม
(10) เป็นสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร สมาชิกวุฒิสภา หรือรัฐมนตรี
(11) เป็นสมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(12) เป็นข้าราชการการเมือง
(13) เป็นตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ หรือผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระ
มาตรา 256/7 ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ให้สมัครเป็นรายบุคคล
การเลือกตั้งให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งคน และจะลงคะแนนเลือกผู้สมัครผู้ใดหรือจะลงคะแนนไม่เลือกผู้ใดเลยก็ได้
มาตรา 256/8 ในแต่ละจังหวัด ให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1) ที่ได้รับคะแนนสูงสุดเรียงตามลำดับจนครบจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญที่พึงมีในแต่ละจังหวัดเป็นผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (1)
มาตรา 256/9 ผู้สมัครรับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ให้สมัครเป็นทีม โดยแต่ละทีมจะต้องมีจำนวนผู้สมัครรวมกันทีมละไม่น้อยกว่ายี่สิบคนแต่ไม่เกินหนึ่งร้อยคน
ให้แต่ละทีมจัดทำบัญชีรายชื่อทีมละหนึ่งบัญชีที่มีการเรียงลำดับผู้สมัครในทีม โดยผู้สมัครรับเลือกตั้งของแต่ละทีมต้องไม่ซ้ำกัน
การเลือกตั้งให้ใช้วิธีออกเสียงลงคะแนนโดยตรงและลับ
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญดามมาตรา 256/1 (2) มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งผู้สมัครรับเลือกตั้งได้หนึ่งทีม และจะลงคะแนนเลือกทีมใตหรือจะลงคะแนนไม่เลือกทีมใดเลยก็ได้
มาตรา 256/10 การคำนวณเพื่อหาผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ให้ดำเนินการตามหลักเกณฑ์ดังต่อไปนี้
(1) ให้รวมผลคะแนนทั้งหมดที่ทุกทีมได้รับจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อทั้งประเทศ
(2) ให้นำคะแนนรวมจาก (1) หารด้วยหนึ่งร้อย ผลลัพธ์ที่ได้ให้ถือเป็นคะแนนเฉลี่ยต่อสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) หนึ่งคน
(3) ในการคำนวณหาจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ที่แต่ละทีมจะได้รับ ให้นำคะแนนรวมจากการเลือกตั้งแบบบัญชีรายชื่อที่แต่ละทีมได้รับ หารด้วยคะแนนเฉลี่ยตาม (2) ผลลัพธ์ที่ได้เฉพาะส่วนที่เป็นจำนวนเต็มคือจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ที่ทีมนั้นได้รับ
(4) ในกรณีที่จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ที่แต่ละทีมได้รับรวมกันทุกทีมมีจำนวนไม่ครบหนึ่งร้อยคน ให้ทีมที่มีผลลัพธ์ที่เป็นเศษโดยไม่มีจำนวนเต็ม และทีมที่มีเศษหลังจากการคำนวณดาม (3) ทีมใดเป็นหรือมีเศษจำนวนมากที่สุด ให้ได้รับจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) อีกหนึ่งคนเรียงตามลำดับ จนกว่าจะมีจำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ที่ทีมทั้งหมดได้รับรวมกันครบจำนวนหนึ่งร้อยคน
(5) ในการดำเนินการตาม (4) ถ้าในลำดับใดมีเศษเท่ากันและจะทำให้จำนวนสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) เกินจำนวนหนึ่งร้อยคน ให้ตัวแทนของทีมที่มีเศษเท่ากันจับสลากตามวันและเวลาที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด เพื่อให้ได้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ครบจำนวน
ให้ถือว่าผู้สมัครตามบัญชีรายชื่อผู้สมัครของทีมตามจำนวนที่ทีมนั้นได้รับตามผลการคำนวณตามวรรคหนึ่ง ได้รับเลือกตั้งเรียงตามลำดับหมายเลขในบัญชีรายชื่อของทีมนั้นจนครบจำนวน แต่ต้องไม่เกินจำนวนผู้สมัครเท่าที่มีอยู่ในแต่ละบัญชีรายชื่อผู้สมัครที่ทีมนั้นได้ส่งสมัคร ในกรณีที่จำนวนยังขาดอยู่ ให้สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 (2) ประกอบด้วยสมาชิกเท่าที่มีอยู่
มาตรา 256/11 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมาตรา 256/1 ให้แล้วเสร็จภายในหกสิบวันนับแต่มีเหตุแห่งการจัดทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ดามหมวดนี้
การกำหนดวันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง ให้กระทำโดยดราเป็นพระราชกฤษฎีกา ซึ่งต้องกำหนดให้เป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดให้มีการแนะนำผู้สมัครและทีมผู้สมัครอย่างเท่าเทียมกัน รวมถึงกำหนดกติกาที่เปิดให้ผู้สมัครรับเลือกตั้งรณรงค์หาเสียงได้อย่างกว้างขวางและเป็นธรรมเพื่อให้ประชาชนเข้าถึงข้อมูลเกี่ยวกับแนวทางและนโยบายของผู้สมัครและทีมผู้สมัครได้โดยทั่วไป และเปิดให้ประชาชนและพรรคการเมืองมีเสรีภาพในการประกาศสนับสนุนผู้สมัครหรือทีมผู้สมัครได้
หลักเกณฑ์และวิธีการในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ให้เป็นไปตามระเบียบที่คณะกรรมการการเลือกตั้งกำหนด ทั้งนี้ในการกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญอาจกำหนดให้นำบทบัญญัติตามกฎหมายประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร รวมทั้งบทกำหนดโทษที่เกี่ยวข้องมาใช้บังคับโดยอนุโลม เท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
เมื่อได้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแล้ว ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศรับรองผลการเลือกตั้งให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันเลือกตั้ง
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งจัดทำบัญชีรายชื่อผู้ได้รับเลือกตั้งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญส่งให้ประธานรัฐสภา แล้วให้ประธานรัฐสภาประกาศรายชื่อบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในราชกิจจานุเบกษา ภายในห้าวันนับแต่วันที่ประกาศรับรองผลการเลือกตั้ง
มาตรา 256/12 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ เริ่มตั้งแต่วันเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
มาตรา 256/13 สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง เมื่อ
(1) สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดดามมาตรา 256/28
(2) ตาย
(3) ลาออก
(4) ขาดคุณสมบัติตามมาตรา 256/5 หรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 256/6
เมื่อตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญว่างลงเพราะเหตุอื่นใด นอกจากที่ถึงคราวออกตาม (1) ให้ดำเนินการ ดังต่อไปนี้
(1) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแบบแบ่งเขตเลือกตั้งตามมาตรา 256/1 (1) ให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศเลื่อนบุคคลผู้ที่ได้คะแนนในลำดับต่อไปในการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญในจังหวัดนั้น ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างภายในห้าวัน
(2) ในกรณีที่เป็นตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแบบบัญชีรายชื่อตามมาตรา 256/1 (2) ให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญประกาศเลื่อนผู้มีชื่ออยู่ในลำดับถัดไปในบัญชีรายชื่อของทีมนั้น ซึ่งเป็นบุคคลผู้มีคุณสมบัติและไม่มีลักษณะต้องห้าม ขึ้นมาเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญแทนตำแหน่งที่ว่างภายในห้าวัน
ในกรณีที่ตำแหน่งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญว่างลงไม่ว่าด้วยเหตุใดและยังไม่มีการเลื่อนลำดับขึ้นแทนตำแหน่งที่ว่างตามวรรคสอง หรือเป็นกรณีที่ไม่มีบุคคลที่จะเลื่อนขึ้นมาแทนตำแหน่งที่ว่างได้ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเท่าที่มีอยู่
สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญผู้เข้ามาแทนตำแหน่งที่ว่าง ให้เริ่มนับแต่วันถัดจากวันประกาศชื่อในราชกิจจานุเบกษา
มาตรา 256/14 สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้ ไม่สามารถดำรงตำแหน่งดังต่อไปนี้ได้เป็นเวลาห้าปีนับแต่วันที่สมาชิกภาพของสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลง
(1) นายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี
(2) สมาชิกสภาผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกวุฒิสภา
(3) สมาชิกสภาท้องถิ่นหรือผู้บริหารท้องถิ่น
(4) ผู้พิพากษาศาลฎีกา
(5) ตุลาการศาลปกครองสูงสุด
(6) ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ
(7) ผู้ดำรงตำแหน่งในองค์กรอิสระตามรัฐธรรมนูญ
(8) อัยการสูงสุด
มาตรา 256/15 การประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรกต้องจัดให้มีขึ้นไม่ช้ากว่าสิบห้าวันนับแต่วันที่คณะกรรมการเลือกตั้งประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ
มาตรา 256/16 สภาร่างรัฐธรรมนูญมีประธานสภาคนหนึ่งและรองประธานสภาหนึ่งหรือสองคนซึ่งพระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งจากสมาชิกแห่งสภาร่างรัฐธรรมนูญตามมติของสภาร่างรัฐธรรมนูญ และให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจดำเนินกิจการของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้
รองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญมีหน้าที่และอำนาจตามที่ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญมอบหมาย และปฏิบัติหน้าที่แทนประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญในกรณีที่ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้
กรณีประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญไม่อยู่หรือไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้และไม่มีรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญปฏิบัติหน้าที่แทนตามวรรคสาม ให้ที่ประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญเลือกสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญคนหนึ่งทำหน้าที่เป็นประธานการประชุมในคราวนั้น เพื่อดำเนินการประชุมต่อไปได้
มาตรา 256/17 เงินประจำตำแหน่งและประโยชน์ตอบแทนอย่างอื่นของประธานและรองประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญ สมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ และกรรมาธิการที่สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งให้เป็นไปตามที่กำหนดไว้ในพระราชกฤษฎีกา
มาตรา 256/18 สภาร่างรัฐธรรมนูญมีอำนาจและหน้าที่ดังต่อไปนี้
(1) จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาสามร้อยหกสิบวันนับแต่วันที่มีการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก
(2) จัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ที่ถูกกำหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลาหนึ่งร้อยแปดสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 256/23
การที่อายุของสภาผู้แทนราษฎรสิ้นสุดลงหรือมีการยุบสภาผู้แทนราษฎรไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของสภาร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคหนึ่ง
ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นของประชาชนอย่างทั่วถึง โดยให้สภาร่างรัฐธรรมนูญ คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง จัดให้มีการเผยแพร่เนื้อหาสาระและความคืบหน้าในการร่างรัฐธรรมนูญผ่านสื่อมวลชนและเวทีแสดงความคิดเห็นต่าง ๆ
การจัดทำร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข หรือมีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงรูปแบบของรัฐ จะกระทำมิได้
ในระหว่างการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแจ้งให้คณะรัฐมนตรี สภาผู้แทนราษฎร วุฒิสภา องค์กรตามรัฐธรรมนูญ และหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้อง เพื่อแสดงความคิดเห็นหรือมีข้อเสนอแนะอื่นใดในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ ทั้งนี้ตามหลักเกณฑ์ วิธีการ และภายในกำหนดเวลาที่สภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนด
หากสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงและดำเนินการตามมาตรา 256/28 วรรคสอง
ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญเริ่มดำเนินการทันทีที่รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาตามมาตรา 256/23
หากสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดไม่เสร็จภายในกำหนดเวลาตามวรรคหนึ่ง ให้รัฐสภามีอำนาจหน้าที่ในการจัดทำร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว
มาตรา 256/19 การพิจารณาและจัดทำร่างรัฐธรรมนูญและร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ การประชุม การลงมติ การแต่งตั้งกรรมาธิการ และการดำเนินการของกรรมาธิการ การรักษาระเบียบและความเรียบร้อย และกิจการอื่นเพื่อดำเนินการตามหมวดนี้ ให้นำข้อบังคับการประชุมรัฐสภามาใช้บังคับโดยอนุโลม
ให้นำความในมาตรา 120 มาตรา 124 และมาตรา 125 มาใช้บังคับกับการประชุมสภาร่างรัฐธรรมนูญและการประชุมของคณะกรรมาธิการโดยอนุโลม
มาตรา 256/20 ให้สภาร่างรัฐธรรมนูญแต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งทำหน้าที่ยกร่างรัฐธรรมนูญตามแนวทางที่สภาร่างรัฐธรรมนูญกำหนด เพื่อเสนอต่อสภาร่างรัฐธรรมนูญประกอบด้วยกรรมาธิการจำนวนอย่างน้อยสี่สิบห้าคน โดยต้องแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นจำนวนอย่างน้อยสองในสามของจำนวนกรรมาธิการทั้งหมด
สำหรับกรรมาธิการอื่นอาจแต่งตั้งจากบุคคลซึ่งเป็นหรือมิได้เป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญได้โดยให้พิจารณาถึงความรู้ความเชี่ยวชาญหรือประสบการณ์ ในการทำหน้าที่และมีจำนวนกรรมาธิการตามความจำเป็น
มาตรา 256/21 เมื่อสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จแล้วให้นำเสนอต่อรัฐสภา
ให้รัฐสภาพิจารณาเพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญทั้งฉบับให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญ โดยไม่มีการลงมติ
เมื่อรัฐสภาอภิปรายแสดงความเห็นต่อร่างรัฐธรรมนูญตามวรรคสองเสร็จสิ้นแล้ว ให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญส่งให้คณะกรรมการการเลือกตั้งภายในเจ็ดวัน เพื่อจัดให้มีการออกเสียงประชามติ
มาตรา 256/22 ในการออกเสียงประชามติตามมาตรา 256/21 ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง ดําเนินการจัดให้มีการออกเสียงประชามติของประชาชนว่าจะเห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่หรือไม่
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศกําหนดวันออกเสียงประชามติซึ่งต้องไม่เร็วกว่าเก้าสิบวัน และไม่ช้ากว่าหนึ่งร้อยยี่สิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างรัฐธรรมนูญจากรัฐสภา
วันออกเสียงประชามติให้กําหนดเป็นวันเดียวกันทั่วราชอาณาจักร
คําถามที่ใช้ถามประชาชนในการออกเสียงประชามติ จะต้องชัดเจน เข้าใจง่าย ไม่ชี้นํา และเป็นกลางต่อทุกฝ่าย
หลักเกณฑ์และวิธีการออกเสียงประชามติให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการออกเสียงประชามติเท่าที่ไม่ขัดหรือแย้งกับบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ
ให้คณะกรรมการการเลือกตั้ง คณะรัฐมนตรีและหน่วยงานของรัฐที่เกี่ยวข้องจัดให้มีการเผยแพร่เนื้อหาของร่างรัฐธรรมนูญให้ประชาชนรับทราบเป็นการทั่วไปผ่านสื่อมวลชน เวทีแสดงความคิดเห็น สื่ออิเล็กทรอนิกส์ทุกประเภท และช่องทางต่าง ๆ โดยคุ้มครองเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและ เสรีภาพในการแสดงออกของประชาชนทุกคน รวมทั้งผู้ที่เห็นด้วยและไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างเสมอภาค
ประชาชนมีเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นและในการแสดงออก เกี่ยวกับร่างรัฐธรรมนูญ
เมื่อการออกเสียงประชามติเสร็จสิ้น ให้คณะกรรมการการเลือกตั้งประกาศผลการออกเสียงประชามติให้แล้วเสร็จภายในสิบห้าวันนับแต่วันออกเสียงประชามติ
มาตรา 256/23 หากผลการออกเสียงประชามติเห็นชอบด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญนําร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดยให้ประธานสภาร่างรัฐธรรมนูญเป็นผู้ลงนามรับ สนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 256/24 หากผลการออกเสียงประชามติไม่เห็นชอบกับร่างรัฐธรรมนูญ ให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป และให้แจ้งผลการออกเสียงประชามติให้ประธานรัฐสภาและประธานสภา ร่างรัฐธรรมนูญทราบโดยเร็ว
มาตรา 256/25 เมื่อรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ถูกประกาศในราชกิจจานุเบกษาและสภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดที่ถูกกําหนดในรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จแล้ว ให้นําเสนอร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวต่อรัฐสภา
ให้รัฐสภาพิจารณาเพื่ออภิปรายแสดงความคิดเห็นและให้ความเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ ประกอบรัฐธรรมนูญรายฉบับให้แล้วเสร็จภายในสามสิบวันนับแต่วันที่ได้รับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ โดยจะมีการแก้ไขเพิ่มเติมเป็นประการใดมิได้
การออกเสียงลงคะแนน ให้ใช้วิธีเรียกชื่อและลงคะแนนโดยเปิดเผย และต้องมีคะแนนเสียง เห็นชอบด้วยมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจํานวนนี้ต้องมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร
มาตรา 256/26 หากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดได้รับความเห็นชอบจาก รัฐสภา ให้ประธานรัฐสภานําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าวขึ้นทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเพื่อพระมหากษัตริย์ทรงลงพระปรมาภิไธย และให้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา โดย ให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามรับสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 256/27 หากร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับใดไม่ได้รับความเห็นชอบจาก รัฐสภา ให้เป็นอํานาจหน้าที่ของรัฐสภาในการจัดทําและพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญฉบับดังกล่าว
มาตรา 256/28 สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงในกรณีดังต่อไปนี้
(1) สภาร่างรัฐธรรมนูญมีจํานวนสมาชิกเหลืออยู่ไม่ถึงกึ่งหนึ่ง
(2) สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทําร่างรัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จภายในกําหนดระยะเวลาตามมาตรา 256/18 (1)
(3) ร่างรัฐธรรมนูญตกไปตามมาตรา 256/24
(4) สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทําร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญตามที่กําหนดใน รัฐธรรมนูญไม่แล้วเสร็จเลยแม้แต่ฉบับเดียว ภายในกําหนดระยะเวลาตามมาตรา 256/18 (2)
(5) ร่างรัฐธรรมนูญได้ประกาศใช้บังคับแล้ว และรัฐสภาได้ดําเนินการพิจารณาและลงมติเกี่ยวกับร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่สภาร่างรัฐธรรมนูญจัดทําและนําเสนอต่อรัฐสภา ตามมาตรา 256/25 แล้ว
ในกรณีที่สภาร่างรัฐธรรมนูญสิ้นสุดลงตาม (2) ให้ดําเนินการจัดให้มีสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ ขึ้นใหม่ตามหมวดนี้ภายในหกสิบวันนับแต่วันสิ้นสุดระยะเวลาตามมาตรา 256/18 (1) ทั้งนี้บุคคลซึ่ง เคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้จะเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญอีกไม่ได้
มาตรา 256/29 ในกรณีร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทําขึ้นตามหมวดนี้ตกไป คณะรัฐมนตรีหรือสมาชิก สภาผู้แทนราษฎรจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา ผู้แทนราษฎร หรือสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและสมาชิกวุฒิสภาจํานวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในสิบของจํานวน สมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภา เพื่อให้รัฐสภามีมติให้มีการจัดทํา ร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้อีกได้ การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาต้องได้เสียงมากกว่ากึ่งหนึ่งของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา ซึ่งในจํานวนนี้ต้องมี สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเห็นชอบด้วยไม่น้อยกว่าสองในสามของจํานวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภา ผู้แทนราษฎร ทั้งนี้ บุคคลผู้ที่เคยเป็นสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญตามหมวดนี้จะเป็นสมาชิกสภาร่าง รัฐธรรมนูญอีกมิได้
เมื่อรัฐสภามีมติอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งอีกมิได้ เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่แล้ว”
** หมายเหตุ : เนื้อหาร่างแก้ไข รธน. ในบทความนี้ ใช้เครื่องมือ OCR หรือ Optical Character Recognition คือกระบวนการในการเปลี่ยนข้อความที่อยู่ในรูป ให้อยู่ในรูปแบบของข้อความ ใน Google Docs อาจมีข้อความผิดพลาด ขออภัยไว้ ณ ที่นี้
- Log in to post comments